Page 47 - การใช้เทคโนโลยีการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ตำบลบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
P. 47
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
36
(7) พืชสามารถน าธาตุอาหารต่างๆ รวมถึงอินทรียวัตถุที่มีในโดโลไมท์ไปใช้
ประโยชน์ได้ทันที เพราะมีการย่อยสลายที่สมบูรณ์
3.9 ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
นงคราญ (2527) ศึกษาอัตราและสัดส่วนผสมของปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ
โพแทสเซียม ที่เหมาะสมต่อข้าวที่ปลูกในดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงด้วยการใช้ปูนมาร์ล จากการทดลอง
พบว่า ข้าวพันธุ์ กข.7 ที่ปลูกในดินเปรี้ยวชุดดินรังสิตเปรี้ยวจัด มีผลตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ย
ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสอย่างเด่นชัด ในด้านการเจริญเติบโต ความสูง การแตกกอ ผลผลิต และ
การดูดใช้ธาตุอาหารหลัก แต่ไม่มีผลตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมแต่อย่างใด นอกจากนี้การ
ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนและปุ๋ยฟอสฟอรัสร่วมกันในอัตราและสัดส่วนที่เหมาะสม จะให้ผลผลิตดีกว่าการใช้
ปุ๋ยดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ส าหรับผลผลิตของเมล็ดนั้น โดยทั่วไปข้าวจะ
ตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสมากกว่าปุ๋ยไนโตรเจน และปุ๋ยโพแทสเซียม ตามล าดับ ดังนั้น
อัตราของธาตุปุ๋ยหลักแต่ละชนิดที่เหมาะสม และควรแนะน าในการปลูกข้าวพันธุ์ กข. 7 คือปุ๋ย
ยูเรียในอัตรา 16 กิโลกรัม ไนโตรเจนต่อไร่ปุ๋ยดับเบิ้ลซุปเปอร์ฟอสเฟตในอัตรา 8 กิโลกรัมฟอตเฟตต่อ
ไร่ ส าหรับปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์นั้นจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ถ้าใช้ก็ควรใช้ในอัตรา 8 กิโลกรัม
โพแทสเซียมต่อไร่ นอกจากนี้เพื่อให้เกิดผลดีมากที่สุด ควรมีการปรับปรุงปฏิกิริยาดินด้วยปูนมาร์ล
เพื่อลดความเป็นกรดของดินก่อนการใช้ปูน
กู้เกียรติ (2530) ศึกษาการใช้วัสดุปรับปรุงดินของเกษตรกรในการเพิ่มผลผลิตข้าวในเขตพื้น
ที่ดินเปรี้ยว ผลการวิจัยปรากฏว่า เกษตรกรในเขตพื้นที่ดินเปรี้ยว มีอายุเฉลี่ย 48.56 ปี ส่วนมาก
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีที่นาเป็นของตนเองเฉลี่ยครอบครัวละ 50.37 ไร่ ผลผลิตข้าวเฉลี่ย
37.43 ถังต่อไร่ นิยมใช้ข้าวปลูกมากกว่า 1 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมือง เกษตรกรส่วนมาก
ทราบว่าที่นาของตนมีปัญหาในเรื่องดินเปรี้ยว โดยสังเกตจากน้ า ส าหรับการเก็บตัวอย่างดินไปตรวจ
วิเคราะห์ เกษตรกรส่วนมากยังไม่รู้จักวิธีในการเก็บตัวอย่างดิน เกษตรกรมีปัญหาในเรื่องไม่มีเงินสด
เพียงพอในการลงทุน ส่วนใหญ่เคยกู้เงินมาลงทุนโดยกู้จากสถาบันกลุ่มเกษตรกรต่าง ๆ โดยเฉพาะ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกรในเขตพื้นที่ดินเปรี้ยว ส่วนมากใช้หินฟอสเฟต โดย
ได้มาจากทางราชการซึ่งไม่คิดมูลค่า และในอัตราส่วนระหว่าง 75-100 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้หว่าน
หลังจากท าเทือกแล้วคราดกลบ ส าหรับการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับการใช้หินฟอสเฟตนั้น ส่วนมาก
เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีร่วมด้วย 2 ครั้ง โดยใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 ในอัตราไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อไร่ ใน
ระยะก่อนปักด า 1 วัน และในระยะข้าวตั้งท้องเป็นส่วนใหญ่ ปัญหาที่เกษตรกรส่วนมากพบ คือ
หินฟอสเฟตเป็นฝุ่นหว่านล าบาก และไม่มีหินฟอสเฟตจ าหน่ายในท้องถิ่น การใช้ปูนมาร์ล ปรากฏ
ว่าเกษตรกรส่วนมากใช้ปูนมาร์ลในอัตราไร่ละ 1,000-2,000 กิโลกรัม โดยหว่านในช่วงฤดูแล้งก่อน
การเตรียมดิน และใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 16-20-0 ร่วมด้วย โดยหว่านไม่เกินครั้งละ 20 กิโลกรัมต่อไร่
ครั้งที่ 1 หว่านในช่วงระยะก่อนปักด า 1 วัน หรือหลังจากปักด า 7-10 วัน และครั้งที่ 2 นิยมหว่าน
ในระยะข้าวตั้งท้อง ปัญหาของเกษตรกรที่ใช้ปูนมาร์ลคือเงินทุนไม่เพียงพอ และการขนส่งปูนมาร์ล
ไม่สะดวก ส าหรับสภาพการใช้ปุ๋ยเคมี เกษตรกรส่วนมากนิยมใช้ปุ๋ย 2 ครั้ง โดยใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0

