Page 48 - การใช้เทคโนโลยีการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ตำบลบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
P. 48
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
37
ทั้ง 2 ครั้ง ในอัตราไม่เกินไร่ละ 20 กิโลกรัม ครั้งที่ 1 ระยะก่อนปักด า 1 วัน หรือหลังจากปักด าได้
7-10 วัน และครั้งที่ 2 ในระยะข้าวตั้งท้อง เกษตรกรมีปัญหามากที่สุดคือการไม่มีเงินทุน
นันทนา และคณะ (2533) ศึกษาการใช้ปุ๋ยเคมีในนาข้าวตามค่าการวิเคราะห์ดิน โดยได้ท า
การทดลองที่ศูนย์บริการวิชาการเกษตร มูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดปทุมธานี โดยวางแผนการทดลอง
แบบ Randomized complete block design มี 4 ซ้ า และใส่ปุ๋ยตามกรรมวิธี ต่างๆ 5 กรรมวิธี
คือ (1) ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี (2) การใส่ปุ๋ยตามค าแนะน าของศูนย์บริการวิชาการเกษตรฯ (14-6-0 กิโลกรัม
ต่อไร่) (3) การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินของกรมการข้าว (12-3-0 กิโลกรัมต่อไร่) (4) การใส่ปุ๋ยตาม
ค่าวิเคราะห์ดินแบบสั่งตัด (8-4-1 กิโลกรัมต่อไร่) (5) การใส่ปุ๋ยตามค าแนะน าของกรมวิชาการเกษตร
(9-4.6-0 กิโลกรัมต่อไร่) ใช้พันธุ์ข้าว กข.31 จากผลการทดลอง พบว่า ทุกกรรมวิธีที่ใส่ปุ๋ยให้ผลผลิต
มากกว่าที่ไม่ใส่ปุ๋ยอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ และการใส่ปุ๋ยเคมีทุกกรรมวิธีไม่มีความแตกต่างกันในการ
เพิ่มความสูง จ านวนต้น จ านวนรวง และผลผลิตข้าว ซึ่งกรรมวิธีที่ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินของ
กรมการข้าวให้ผลผลิต รายได้และรายได้สุทธิสูงกว่ากรรมวิธีที่ใส่ปุ๋ยเคมีอื่น ๆ
สุรชัย (2544) ปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างปูนมาร์ลและหินฟอสเฟตต่อปริมาณธาตุอาหารในดิน
ที่สกัดได้ การเจริญเติบโตและผลผลิตข้าวที่ปลูกในดินเปรี้ยวจัดสามชั้นความเหมาะสมการศึกษา
อิทธิพลของการใช้ปูนมาร์ล 3 อัตรา คือ 0, 0.5 และ 1 ตันต่อไร่ ร่วมกับหินฟอสเฟต 5 อัตรา คือ
0,4,8,12, และ16 กิโลกรัม ฟอสเฟตต่อไร่ ในดินเปรี้ยวจัดสามชุดดิน ได้แก่ ชุดดินเสนา รังสิต และ
องครักษ์ เพื่อศึกษาอิทธิพลของการใช้ปูนที่มีต่อประสิทธิภาพของการใช้ปุ๋ยหินฟอสเฟตส าหรับข้าว
เพื่อศึกษาผลตองสนองของข้าวและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของหินฟอสเฟตกับปุ๋ยทริปเปิลซูเปอร์
ฟอสเฟต ในอัตราแนะน าเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์จากการใช้ปูน
มาร์ลและหินฟอสเฟต เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางเคมีดินบางประการจากการใช้ปูนมาร์ลและ
หินฟอสเฟต เพื่อศึกษาถึงการเจริญเติบโต องค์ประกอบของผลผลิต ตลอดจนการดูดดึงธาตุอาหาร
ข้าว เพื่อศึกษาผลตกค้างของปูนมาร์ลและปุ๋ยฟอสเฟต พบว่าการใช้ปูนมาร์ลไม่มีผลท าให้
ประสิทธิภาพของหินฟอสเฟตเพิ่มขึ้นในด้านผลผลิตข้าวทั้งสองปีในทั้งสามชุดดิน ในปีที่ 1 การใช้ปูน
มาร์ลไม่มีผลท าให้ผลผลิตข้าวในชุดดินเสนา และ รังสิต แตกต่างกัน แต่การใช้ปูนมาร์ลอัตรา 0.5 ตัน
ต่อไร่ ท าให้ผลผลิตข้าวในดินชุดรังสิตกรดจัดสูงที่สุด ผลตกค้างของปูนมาร์ลต่อผลผลิต ในปีที่ 2
พบว่าไม่มีผลท าให้ผลผลิตข้าวแตกต่างกันในทั้งสามชุดดิน การใช้หินฟอสเฟตในปีที่ 1 ไม่มีผลท าให้
ผลผลิตข้าวแตกต่างกันในทั้งสามชุดดินการใช้ปูนมาร์ลร่วมกับปุ๋ยหินฟอสเฟตไม่มีผลแตกต่างไปจาก
การใช้ปูนมาร์ลอัตรา 1 ตันต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยทริปเปิลซูเปอร์ฟอสเฟตอัตรา 8 กิโลกรัม ฟอสเฟต
(P O ) ต่อไร่ ในด้านผลผลิตข้าว การใช้ปูนมาร์ลร่วมกับหินฟอสเฟตมีแนวโน้มในการท าให้ผลผลิต
2 5
ข้าวดีกว่าทั้งสามชุดดิน ผลตกค้างของหินฟอสเฟตมีแนวโน้มให้ผลผลิตข้าวสูงกว่าปุ๋ยทริปเปิลซูเปอร์
ฟอสเฟตในชุดดินเสนาและรังสิตแต่มีแนวโน้มต่ ากว่าปุ๋ยทริปเปิลซูเปอร์ฟอสเฟตในชุดดินรังสิตกรด
จัด
จุฑามาศ และคณะ (2557) ศึกษาการจัดการดินและปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อการผลิต
ข้าวของเกษตรกรต าบลกระเบื้องใหญ่ อ าเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ผลการศึกษาพบว่า (1)
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 51-60 ปี แหล่งรายได้หลักของครอบครัว
คือ เกษตรกรรม (2) สภาพพื้นที่ปลูกข้าวเป็นนาลุ่ม ปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ด้วยวิธีหว่านแห้ง

