Page 29 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 29

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                             17




                   ประจุลบในดินส่งผลให้เพิ่มค่าการแลกเปลี่ยนแคตไอออนและพื้นที่ผิวจ าเพาะ (Greenland, 1965)

                   นอกจากนี้ เหล็กออกไซด์และอะลูมินัมออกไซด์พบมากในส่วนของแร่ดินเหนียวเคโอลิไนต์ที่มี
                   ความสามารถในการดูดซับคาร์บอนได้ต่ า (Six et al., 2002)

                                 3) กลไกการป้องกันทางชีวภาพ

                                     กลไกเหล่านี้ ได้แก่ แบบจ าลองการเกิดเม็ดดินที่แสดงถึง เม็ดดินขนาดใหญ่เกิดจาก
                   การรวมตัวกันของเม็ดดินขนาดเล็กกว่า โดยมีราก เส้นใยเชื้อรา สารประกอบที่ไม่คงทน เช่น สารโพลีแซคคาไรค์
                   นอกจากนี้ ยังมีผู้เสนอบทบาทของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในดินโดยเฉพาะที่มีการศึกษากันมาก ได้แก่

                   ไส้เดือนดินซึ่งมีบทบาทในการท าให้เกิดเม็ดดิน (ปัทมา และคณะ, 2554)
                                      Xiao (2015) ชี้ว่า การป้องกันอินทรียวัตถุในดินทางชีวภาพเป็นการป้องกันการเข้า
                   ย่อยสลาย ของจุลินทรีย์โดยการเชื่อมยึดผ่านกระบวนการทางเคมีกับอินทรียวัตถุ  โดยพิจารณาในส่วน
                   ขององค์ประกอบทางเคมีของอินทรียวัตถุนั้น เช่น คาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบของสารต้านทานการ

                   สลายตัว (recalcitrant compounds) เช่น ลิกนิน และโพลีฟีนอล และเกิดจากการเชื่อมยึดทางเคมีที่มี
                   ความซับซ้อนที่แข็งแรงโดยการด าเนินการของกลุ่มประชากรจุลินทรีย์ดิน ได้แก่ แบคทีเรีย และเชื้อรา และ
                   สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังส่งผลให้เม็ดดินมีความเสถียรภาพขึ้น (Christensen, 1986; Six et al., 2002)


                          2.7.3 ปัจจัยที่มีผลต่อปริมำณอินทรีย์คำร์บอนในดิน

                                  ปริมาณของอินทรีย์คาร์บอนในดินเกิดจากความสมดุลระหว่างปริมาณคาร์บอนที่ใส่ลงสู่ดิน

                   และที่สูญเสียไป (Burke et al., 1989) ความสมดุลของปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินถูกควบคุมโดย
                   ปัจจัยทั้งสภาพภูมิอากาศ สมบัติดิน และการจัดการดินและการใช้ที่ดิน ดังนี้

                                 1) ภูมิอากาศ

                                     สภาพภูมิอากาศในรูปของอุณหภูมิและความชื้นมีอิทธิพลต่อสมดุลของปริมาณอินทรีย์
                   คาร์บอนในดินทั้งในส่วนของการเพิ่มเติมและสูญเสียของอินทรีย์คาร์บอนในดิน โดยอุณหภูมิและความชื้น
                   ส่งผลต่ออัตราการหายใจของจุลินทรีย์ในดินหรือการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ (Jobbágy and

                   Jackson, 2000; Conant et al., 2004) ในสภาพที่อุณหภูมิสูงท าให้มีอัตราการสลายตัวของวัสดุอินทรีย์
                   สูง โดยคาร์บอนในส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายจะสูญหายไปในรูปก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูง ท าให้มีปริมาณ
                   อินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินต่ า (Canadell et al., 2007)  อุณหภูมิมีผลโดยตรงต่ออัตราการสลายตัวของ
                   วัสดุอินทรีย์ในดิน (Jenkinson, 1991) ซึ่งอัตราการสลายตัวจะเกิดขึ้นสูงและรวดเร็วในดินเขตร้อน

                   มากกว่าดินในเขตอบอุ่น (Dala and Chan, 2001) นอกจากนี้ Follett et al. (2012) พบว่า ปริมาณ
                   อินทรีย์คาร์บอนในดินลดลงเมื่อปริมาณอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้น โดยคาร์บอนในดินลดลงประมาณ 1,896
                   กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส  ผลนี้สอดคล้องกับ Burke et al. (1989)
                   พบว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่ท าการเกษตรลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ

                   ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กิจกรรมของจุลินทรีย์และมีอัตราการสลายตัวเพิ่มขึ้น  โดยทั่วไป กิจกรรมของจุลินทรีย์
                   และอัตราการสลายตัววัสดุอินทรีย์ในดินเพิ่มสองเท่าเมื่อมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 10 องศาเซลเซียส  อย่างไรก็ตาม
                   การตอบสนองของกิจกรรมของจุลินทรีย์ต่อระดับอุณหภูมิอาจมีน้อยหากอยู่ภายใต้สภาพความชื้นจ ากัด
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34