Page 24 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 24

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                          12




               ซากพืชสู่ดินมีบทบาทท าให้โครงสร้างของดินดีขึ้น เกิดเม็ดดินที่มีความคงทนสูง ส่งผลให้ดินมีความ

               หนาแน่นลดลง มีความซึมผ่านของน้ าเพิ่มขึ้น และสะท้อนให้เห็นว่า ระบบการปลูกพืชหมุนเวียนส่งผลให้
               ดินมีศักยภาพการผลิตในระยะยาว ในขณะที่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวติดต่อกันเป็นเวลากว่า 60 ปี (เริ่มปี ค.ศ.
               1888) ท าให้เกิดการกร่อนดินสูงและปริมาณไนโตรเจนลดลงมากกว่าร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับดินเดิม
                            Vityakon (2003) ได้ท าการศึกษาค้นคว้าและทดลองในแปลงทดลองระยะยาว (12 ปี)

               ส านักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น อ าเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย เกี่ยวกับการใส่
               สารอินทรีย์ที่มีคุณภาพต่างกันอย่างต่อเนื่องต่อคุณภาพดิน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงส่วนของอินทรีย์
               คาร์บอนในดินที่ส่งผลต่อการหมุนเวียนธาตุอาหารในดินไร่เนื้อทราย  ผลการศึกษาพบว่า การใส่
               สารอินทรีย์คุณภาพต่างกันส่งผลให้ปริมาณของอินทรีย์คาร์บอนในดินเพิ่มขึ้นแตกต่างกันสัมพันธ์กับ

               องค์ประกอบทางเคมีของสารอินทรีย์ ได้แก่ คาร์บอน ไนโตรเจน ลิกนิน โพลีฟีนอล และเซลลูโลส เป็นต้น
               โดยสารอินทรีย์ที่จัดอยู่ในกลุ่มที่สลายตัวได้ง่าย (fast decomposition) เช่น พืชตระกูลถั่วเมื่อสลายตัวจะ
               มีบทบาทต่อการปลดปล่อยและหมุนเวียนธาตุอาหารโดยเฉพาะไนโตรเจน ซึ่งถือเป็นผลที่เกิดขึ้นต่อระบบ
               ดินในระยะสั้น  ในขณะสารอินทรีย์ที่จัดอยู่ในกลุ่มที่สลายตัวล่าช้าหรือสลายตัวยาก (slow

               decomposition) ได้แก่ พลวง ฟางข้าว ใบมะขาม ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพดินในระยะยาวที่ดี
               ขึ้นโดยเฉพาะโครงสร้างเม็ดดิน ความจุแลกเปลี่ยนแคตไอออน ประชากรจุลินทรีย์ในดิน  นอกจากนี้ จาก
               ผลการศึกษาระยะยาวเกี่ยวกับอินทรียวัตถุในดินท าให้สามารถสร้างแบบจ าลองเพื่ออธิบายการ
               เปลี่ยนแปลงของอินทรียวัตถุในดินได้หลายแบบจ าลอง โดย Jenkinson และ Rayner (1977) ได้เสนอ

               แบบจ าลองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงส่วนของอินทรียวัตถุในดิน เพื่ออธิบายทั้งในด้านคุณภาพของ
               อินทรียวัตถุในดิน  โดยการจ าแนกอินทรียวัตถุในดินออกเป็นส่วนทั้งส่วนที่สลายตัวได้ง่ายและสลายตัวได้
               ยาก รวมถึงแบบจ าลองที่อธิบายความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหาร
                            จากบทสรุปจากผลการศึกษาทดลองระยะยาวเกี่ยวกับการจัดการสารอินทรีย์ร่วมกับระบบ

               การปลูกพืชในแต่ละสถานที่นั้นผลที่ได้มีความสอดคล้องและเป็นไปในทางเดียวกัน  และจากการศึกษา
               และรวบรวมข้อมูลข้างต้นมานานเกินกว่า 100 ปี ของ Reeves (1997) ท าให้ทราบว่าอินทรียวัตถุหรือ
               อินทรีย์คาร์บอนในดินเป็นปัจจัยตัวชี้วัดที่ส าคัญต่อคุณภาพของดิน  ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของดินทั้ง

               ทางกายภาพ เคมี และ ชีวภาพ  และสามารถแนะน าแนวทางในการป้องกันการสูญเสียและรักษาระดับ
               ของอินทรียวัตถุหรืออินทรีย์คาร์บอนในดิน คือ การใส่ปุ๋ยให้เพียงพอ การใส่กลับคืนของเศษซากพืชสู่ดิน
               การจัดการควบคู่กับการอนุรักษ์โดยเฉพาะการลดการไถพรวน  อีกทั้งหากน าเอาข้อมูลจากผลการทดลอง
               ระยะยาวและแบบจ าลองต่าง ๆ ที่ได้ไปประยุกต์ใช้เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงกระบวนการต่างๆ จะ
               น าไปสู่ท าให้เกิดความยั่งยืนในการผลิตในระบบการปลูกพืชได้อย่างยาวนาน


               2.6 อินทรีย์คำร์บอนในดิน (ปัทมา, 2547ค)

                       อินทรีย์คาร์บอนในดิน (soil organic carbon, SOC) มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องผลิตผลที่เกิดขึ้น

               จากสิ่งมีชีวิตในดิน และอินทรีย์คาร์บอนในดินเป็นองค์ประกอบของอินทรียวัตถุในดินประมาณร้อยละ 58
               โดยอินทรีย์คาร์บอนในดินมีทั้งในรูปที่เป็นสารประกอบอย่างง่าย และสารประกอบที่ซับซ้อน ซึ่งขึ้นอยู่กับ
               กระบวนการสลายตัวและบทบาทภายในระบบดิน  เมื่อพิจารณาถึงการกักเก็บคาร์บอนในดินมักให้ความ

               สนใจในส่วนของอินทรีย์คาร์บอน 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย ส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย
               และส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก ดังนี้
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29