Page 32 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 32
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
20
ซึ่งเป็นค่าที่คาดว่ามีความเหมาะสมต่อการเกิดกิจกรรมของจุลินทรีย์ในเข้าย่อยการสลายตัวท าให้เกิด
กระบวนการเปลี่ยนรูปของอินทรียวัตถุในดินได้ง่ายส่งผลให้ปริมาณบางส่วนโดยเฉพาะคาร์บอนในส่วนที่
เปลี่ยนแปลงได้ง่ายสูญหายไปและมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินลดลง (Hudson, 1994)
(5) องค์ประกอบของแร่ในดิน
องค์ประกอบของแร่ในดินมีความส าคัญที่บ่งชี้ถึงปริมาณของคาร์บอนที่กักเก็บในดิน
(Torn et al., 1997; Zeraatpishe and Khormali, 2012) แร่ดินเหนียวเป็นองค์ประกอบของดินที่มี
บทบาทส าคัญในการรักษาเสถียรภาพของคาร์บอนในดิน (Martin and Haider, 1986) ดินที่มีแร่ดิน
เหนียวที่มีพื้นที่ผิวจ าเพาะและประจุไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบอยู่สูงจะส่งเสริมให้ดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ
และอินทรีย์คาร์บอนในดินสูง (Zeraatpishe and Khormali, 2012) Wiseman and Püttmann
(2006) รายงานผลการศึกษาว่า ปริมาณคาร์บอนที่สะสมในดินที่มีแร่ดินเหนียวประเภทเคโอลิไนต์ อิลไลต์
และคลอไรต์เป็นซึ่งสารประกอบที่ในโมเลกุลมีทั้งประจุบวกและประจุลบสูงส่งผลให้มีความสามารถในการ
ดูดซับคาร์บอนไว้ได้สูงกว่าแร่ดินเหนียวประเภทสเมกไทต์ แต่อย่างไรก็ตาม Six et al. (2002) ชี้ว่า แร่ดิน
เหนียวประเภท 2:1 (สเมกไทต์) ซึ่งมีประจุลบที่พื้นผิวมากกว่าแร่ดินเหนียวประเภท 1:1 (เคโอลิไนต์)
ส่งผลต่อความเสถียรภาพของคาร์บอนในดินเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ แร่ในดินที่มีปริมาณของแคตไอออนเป็น
3+
2+
3+
องค์ประกอบ ได้แก่ แคลเซียม (Ca ) อะลูมินัม (Al ) และเหล็กในรูปเฟอร์ริกไอออน (Fe ) ส่งเสริมต่อ
การสะสมคาร์บอนในดินสูงกว่าแคตไอออนชนิดอื่นๆ (Krull et al., 2001)
3) การจัดการดินและการใช้ที่ดิน
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ทางดินได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับศักยภาพของ
ระบบทางการเกษตรต่อการกักเก็บคาร์บอนในดิน โดยประเภทหรือความหลากหลายและการจัดการดินใน
ระบบการเกษตรมีผลทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและการสะสมของปริมาณอินทรีย์
คาร์บอนในดินมีความสัมพันธ์และแตกต่างกันไป
(1) การตัดไม้ท าลายป่า และการกร่อนดิน
ปริมาณของอินทรีย์คาร์บอนในดินที่ไม่ได้ท าการเกษตรหรือดินป่าไม้ มีปริมาณ
ลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีการตัดไม้ท าลายป่าเพื่อท าการเกษตร เนื่องจากการตัดไม้ท าลายป่าท าให้มี
ปริมาณมวลชีวภาพของเศษซากพืชถูกท าลายหรือกลับสู่ระบบดินน้อย ประกอบกับเกิดการสลายตัว
สารอินทรีย์และอินทรียวัตถุในดินเพิ่มขึ้นในระบบการปลูกพืช ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในระบบการปลูก
พืชมีปริมาณต่ ากว่าเมื่อเทียบกับระบบการปลูกพืชตามธรรมชาติ นอกจากนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการใช้
ประโยชน์ที่ดินจากระบบทุ่งหญ้าและดินป่าไม้สู่ระบบการท าการเกษตรส่งผลให้มีการสูญเสียอินทรีย์
คาร์บอนประมาณร้อยละ 20 - 50 เมื่อเทียบจากปริมาณอินทรีย์คาร์บอนเริ่มต้น (Bruce et al., 1999;
Swift, 2001) World Bank (2012) รายงานว่า การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเฉพาะการตัดไม้
ท าลายป่า และกระบวนการที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้แก่ การกร่อนดิน การ
ไถพรวน การเผาเศษซากพืช การใช้ปุ๋ยมากเกินไป การเคลื่อนย้ายเศษซากพืชออกจากพื้นที่ และการ
ระบายน้ าออกจากพื้นที่ดินอินทรีย์ส่งผลให้มีการสูญเสียปริมาณอินทรีคาร์บอนไปจากระบบประมาณ
0.7 - 2.1 จิกะตันต่อปี และ Lal (2003) ชี้ว่า การกร่อนดินเป็นสาเหตุหลักของกระบวนการของความ

