Page 27 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 27

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                             15




                   นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการแม่น้ าโขง (2556) ยังให้ความหมายของค าว่า “คลังคาร์บอน (carbon

                   stock)” คือ ปริมาณของคาร์บอนในแหล่งกักเก็บที่มีความสามารถในการสะสมหรือปล่อยคาร์บอน
                             สมบูรณ์ (มปป.) ได้เสนอความหมายของ การกักเก็บคาร์บอน คือ กระบวนการของการดูดซับ
                   ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศและเปลี่ยนเป็นอินทรีย์คาร์บอนสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตด้วย
                   กระบวนการสังเคราะห์แสง และคลังคาร์บอน คือ ปริมาณของคาร์บอนที่สะสมในแหล่งกักเก็บคาร์บอน

                   แหล่งใดแหล่งหนึ่ง
                             จากความหมายของการกักเก็บคาร์บอนในดินข้างต้น กล่าวได้ว่า  การกักเก็บคาร์บอนในดิน
                   เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศมาเก็บสะสมไว้ในส่วนของชีวมวล
                   และดินอย่างยาวนาน โดยปริมาณการสะสม เรียกว่า คลังคาร์บอน ซึ่งคาร์บอนบางส่วนโดยเฉพาะส่วนที่มี

                   ความเสถียรภาพต่ าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งในส่วนของการสะสมหรือการสูญหายจากระบบดินได้
                   โดยการปลดปล่อยคาร์บอนในรูปก๊าช

                          2.7.2 กลไกกำรกักเก็บคำร์บอนในดิน


                                  เป็นกระบวนการในการรักษาและป้องกันอินทรียวัตถุหรืออินทรีย์คาร์บอนในดิน โดยแบ่ง
                   ออกได้เป็น 3 กลไกหลัก คือ 1) กลไกการป้องกันทางกายภาพ 2) กลไกการป้องกันทางเคมี และ3) กลไก
                   การป้องกันทางชีวภาพ โดยมีรายละเอียด ดังนี้


                                 1) กลไกการป้องกันทางกายภาพ

                                     กลไกประเภทนี้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ของคาร์บอนในดินกับแร่ธาตุของดิน โดยคาร์บอน
                   ในดินได้รับการป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ที่ท าหน้าที่ย่อยสลายหรือเอนไซม์เข้าถึงได้ (van Veen and
                   Kuikman, 1990; Killham et al., 1993) กลไกเหล่านี้ป้องกันคาร์บอนในดินไว้ถึงประมาณครึ่งหนึ่งของ
                   ปริมาณคาร์บอนทั้งหมดในดิน โดยกลไกการป้องกันทางกายภาพเป็นอีกอันหนึ่งที่มีการศึกษาและเป็น
                   กลไกประเภทห่อหุ้มอินทรียวัตถุไว้ได้แก่ การเกิดเม็ดดิน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของอนุภาคดินและเกิดเป็น

                   โครงสร้างดิน  การเกิดเม็ดดินส่งผลต่อการสะสมอินทรียวัตถุในดิน (Cambardella and Elliott, 1993;
                   Golchin et al., 1994; Besnard et al., 1996; Paustian et al., 2000) โดยการเกิดเม็ดดินมีความสัมพันธ์
                   กับปริมาณคาร์บอนในดิน เกิดจากการเชื่อมยึดของอนุภาคดินกับคาร์บอนท าให้เกิดเม็ดดินที่มีขนาด

                   แตกต่างกัน (Tisdall and Oades, 1982)
                                         การท าการเกษตรท าให้โครงสร้างของเม็ดดินแตก  ซึ่งคาร์บอนที่ได้รับการป้องกัน
                   ภายในเม็ดดินอยู่ในสถานะที่ง่ายการเข้าย่อยสลายของจุลินทรีย์ในดิน (Elliot, 1986) ซึ่ง Bartlett and
                   Doner (1988) รายงานว่า คาร์บอนในกลุ่มที่สลายตัวหรือเปลี่ยนแปลงได้ง่าย (เช่น กรดอะมิโน) สามารถ
                   เกิดการสูญเสียได้ง่ายโดยผ่านการหายใจเกิดขึ้นที่บริเวณผิวของเม็ดดินสูงกว่าภายในเม็ดดิน นอกจากนี้

                   การเข้าย่อยสลายของจุลินทรีย์ในดินยังขึ้นอยู่กับขนาดของช่องว่างภายในดินและน้ าที่อยู่ในภายช่องว่างใน
                   ดินด้วย (Killham et al., 1993)
                                      จากการศึกษาที่ผ่านมารายงานว่า  เม็ดดินขนาดใหญ่เป็นโครงสร้างที่มีการป้องกัน

                   หรือรักษาคาร์บอนได้ต่ ากว่าเมื่อเทียบเม็ดดินขนาดเล็ก เช่น Beare et al. (1994) ศึกษาถึงการ
                   ปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมการเข้าย่อยสลายของจุลินทรีย์ โดยท าการบดและไม่บด
   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32