Page 30 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 30

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                          18




               (Davidson et al., 1998)  นอกจากนี้ อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชจะส่งผลให้พืชมี

               มวลชีวภาพเพิ่มขึ้นท าให้มีปริมาณอินทรีย์คืนสู่ดินเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเขตอบอุ่นและชื้นจะส่งเสริม
               กิจกรรมจุลินทรีย์ต่อการสลายตัวของวัสดุอินทรีย์ท าให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนหลงเหลือในดินต่ า
               ในขณะดินที่อยู่ในสภาพอากาศเย็นท าให้อัตราการสลายตัวเกิดขึ้นได้ช้าส่งผลให้มีส่วนของอินทรีย์คาร์บอน
               สะสมในดินสูงกว่าเมื่อเทียบกับดินในเขตอบอุ่น (Lal, 2007)

                                 ความชื้นในดินมีผลต่อกิจกรรมของจุลินทรีย์ดินและกระบวนการต่างๆ ทางกายภาพ
               เช่น การเคลื่อนที่และการแพร่กระจายของน้ า ก๊าช และตัวถูกละลายในดิน  ซึ่งความชื้นในดินได้รับ
               อิทธิพลจากปริมาณน้ าฝน โดยปริมาณน้ าฝนที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชท าให้ได้ผลผลิต
               และมีมวลชีวภาพสูงและคืนสู่ดินท าให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินเพิ่มขึ้น (Sala et al., 1988)


                              2) ลักษณะและสมบัติดิน
                                   (1) ความเป็นกรดเป็นด่างของดิน

                                     ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน: ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินมีบทบาทต่อ
               การควบคุมประสิทธิภาพของกิจกรรมจุลินทรีย์ในดิน (Olness, 1999) โดยการเปลี่ยนแปลงอินทรียวัตถุใน

               ดินจะเกิดขึ้นได้ดีและรวดเร็วในสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินเท่ากับ 6.7 โดยความสมดุลของทั้ง
               ประจุไฮดรอกซิล และไฮโดรเจนเป็นตัวที่ควบคุมการหายใจของจุลินทรีย์ในดิน (Xiao, 2015) ที่มี
               ความสัมพันธ์กับการสูญเสียคาร์บอนในรูปก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์  ดินที่อยู่ภายใต้สภาพเป็นกรดหรือมี
               การเพิ่มปุ๋ยจ าพวกแอมโมเนียจะส่งเสริมต่อการเร่งการสลายตัวของวัสดุอินทรีย์ในดินที่ส่งผลต่อปริมาณ

               การสะสมคาร์บอนในดิน  นอกจากนี้ การเพิ่มวัสดุอินทรีย์ที่มีปริมาณคาร์บอนเป็นองค์ประกอบอยู่สูง
               ควบคู่กับการท าให้ดินมีสภาพเป็นกรดส่งผลให้ดินมีปริมาณการสะสมคาร์บอนเพิ่มขึ้น  เนื่องจากสภาพดิน
               ที่เป็นกรดท าให้จุลินทรีย์ในดินด าเนินกิจกรรมการในการเข้าย่อยสลายสารอินทรีย์ได้น้อยลงจึงท าให้วัสดุ
               อินทรีย์หลงเหลืออยู่ในดิน (Dalal and Chan, 2001)


                                   (2) อันดับดิน
                                           ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินมีความผันแปรไปตามความลึกและประเภทของ

               ดิน (Xiao, 2015) โดยทั่วไป ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินมีค่าลดลงเมื่อดินมีความลึกเพิ่มขึ้นตลอดหน้า
               ตัดดิน แต่อย่างไรก็ตาม จากผลงานวิจัยส่วนใหญ่ที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินมีปริมาณ
               การสะสมคาร์บอนสูงขึ้นที่ความลึกมากกว่า 50 เซนติเมตร จากผิวดิน โดยเฉพาะกลุ่มอันดับ

               เวอร์ทิซอลส์ที่มีลักษณะดินที่ยืดหดตัวได้ดี (Baldock and Skjemstad, 1999) จะเห็นว่า ความลึกดิน
               ไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวที่ประเมินถึงปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน แต่ยังขึ้นอยู่กับประเภทของดินซึ่งมี
               ความแตกต่างกันไปตามปัจจัยการก าเนิดดิน Eswaran et al. (1993) รายงานว่า ปริมาณอินทรีย์
               คาร์บอนในดินมีความแตกต่างกันตามอันดับดิน  โดยดินที่จัดอยู่ในอันดับฮิสโทซอลส์ มีปริมาณอินทรีย์

               คาร์บอนสะสมสูงสุด  ส่วนดินในอันดับแอริดิซอลส์ มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมต่ าสุด  World Bank
               (2012) รายงานถึงผลการศึกษาปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่จัดอยู่ในอันดับดินต่างๆ ในแถบเอเชีย
               พบว่า  ดินที่จัดอยู่ในอันดับออกซิซอลส์ มีปริมาณการสะสมของคาร์บอนในดินอยู่ในช่วงที่กว้างมากที่สุด
               รองลงมาคือ อันดับแอริดิซอลส์ และอันดับแอนดิซอลส์  ส่วนอันดับเวอร์ทิซอลส์และอันดับอินเซปทิซอลส์

               มีช่วงของปริมาณการสะสมคาร์บอนในดินต่ า  นอกจากนี้ Moncharoen et al. (2002) รายงานผล
   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35