Page 34 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 34
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
22
(3) การปลูกพืชคลุมดิน และพืชหมุนเวียน
การท าการเกษตรที่มีระบบการปลูกพืชคลุมดิน และพืชหมุนเวียนเป็นระบบการ
ปลูกที่มีพืชหลากหลายและหมุนเวียนกันส่งผลให้ดินมีปริมาณการสะสมอินทรีย์คาร์บอนในดินได้สูงกว่าดิน
ที่มีระบบการปลูกพืชที่มีความหลากหลายน้อยกว่า หรือระบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยว (McDaniel et al., 2014)
Tieman et al. (2015) รายงานว่า ระบบการเกษตรที่มีการปลูกพืชหมุนเวียนส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของ
อินทรีย์คาร์บอนในดิน โดยส่งเสริมให้ประชากรจุลินทรีย์ในดินมีความสามารถในการขับเคลื่อนกิจกรรม
การท างานในระบบดิน ก่อให้เกิดการสร้างเม็ดดินที่มีส่วนของอินทรีย์คาร์บอนสะสมอยู่ภายในโครงสร้าง
ทั้งนี้ ภายใต้ระบบการปลูกพืชหมุนเวียนที่มีความหลากหลายของพืชต่างชนิดกันส่งผลต่อปริมาณคาร์บอน
สะสมในดินแตกต่างกัน (Wicking et al., 2012) พืชที่มีปริมาณคาร์บอนประเภทที่ต้านทานการสลายตัว
เป็นองค์ประกอบอยู่สูงจะส่งเสริมต่อการเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บอินทรีย์คาร์บอนไว้ในดินได้ดีพืชที่มี
คาร์บอนในรูปที่สลายตัวได้ง่าย
World Bank (2012) รายงานว่า การท าการเกษตรแบบระบบการปลูกพืชหมุน
เวียน และพืชคลุมดินท าให้เพิ่มมวลชีวภาพสู่ดิน ป้องกันการกร่อนดิน สร้างความเสถียรภาพของเม็ดดิน
ส่งผลให้มีปริมาณการสะสมคาร์บอนในดินเพิ่มขึ้น และระบบดังกล่าวสามารถที่จะกักเก็บคาร์บอนในดินได้
ประมาณ 0.7 - 1.5 และ1.7 - 2.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเฮกตาร์ต่อปี นอกจากนี้ ในระบบ
การเกษตรที่มีการจัดการเศษซากพืชที่ดี เช่น การคลุมผิวหน้าดิน การไถกลบ ลดการเผา และไม่มีการ
ไถพรวน ท าให้มีคาร์บอนถูกสะสมหรือกักเก็บได้ประมาณ 0.9 - 3.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเฮกตาร์ต่อปี
มนต์สรวง และคณะ (2557) ท าการศึกษาปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินที่
ใช้ปลูกส้มพื้นที่บริเวณมณฑลกวางสี ประเทศจีน พบว่า ระบบการปลูกสวนส้มมีบทบาทต่อสะสมปริมาณ
อินทรีย์คาร์บอนในดินอยู่ในช่วง 55.07 - 112.41 ตันคาร์บอนต่อเฮกตาร์ โดยปริมาณอินทรีย์คาร์บอนใน
ดินที่เพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับปริมาณมวลชีวภาพของส้มได้แก่ ใบ กิ่ง และส าต้น ซึ่งเป็นแหล่งคาร์บอนที่ร่วงหล่น
และคืนสู่ระบบดิน และปริมาณมวลชีวภาพดังกล่าวมีความสัมพันธ์ทางบวกกับช่วงอายุของส้ม
World Bank (2012) รายงานว่า การจัดการเศษซากพืชหรือวัสดุอินทรีย์เพื่อให้
ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพส่งเสริมต่อการเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน โดยเฉพาะพืชกลุ่มที่มีสารต้าน
การสลายตัวอย่างลิกนินท าให้ดินมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมสูงกว่าในกลุ่มพืชตระกูลถั่วซึ่งมีปริมาณ
ลิกนินต่ า
(4) การใช้วัสดุปรับปรุงดิน
การเพิ่มคาร์บอนให้กับดินจากแหล่งคาร์บอนภายนอกได้แก่ มูลสัตว์ ปุ๋ยหมัก
และวัสดุอินทรีย์ต่างๆ ตลอดจนการลดปริมาณการสูญเสียของคาร์บอนไปจากดิน กิจกรรมดังกล่าวล้วน
แล้วแต่ส่งเสริมต่อการเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนให้กับดิน (Lorenz et al., 2007) โดยทั่วไปการจัดการ
ทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพจะส่งผลให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินเพิ่มขึ้น ได้แก่ การจัดการเพื่อ
เพิ่มผลผลิตพืช การจัดการเกี่ยวกับการไถพรวนและเศษซากพืช (Chan and Pratley, 1998) การจัดการ
ระบบพืชหมุนเวียน (Dalal et al., 1995; Gollany et al., 2012) การเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน และ
สร้างระบบฟาร์มทางเลือก เช่น ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ (Lotter et al., 2003; Marriot and Wander,
2006) เป็นต้น

