Page 28 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 28
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
16
เม็ดดินเล็กและขนาดใหญ่เพื่อประเมินการสูญเสียคาร์บอนทั้งภายในและนอกโครงสร้างเม็ดดิน ผล
การศึกษา พบว่า เม็ดดินขนาดใหญ่ที่ถูกบดมีปริมาณการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าในเม็ด
ดินขนาดเล็ก ในขณะที่ Pulleman and Marinissen (2001) ศึกษาปริมาณคาร์บอนที่สูญเสียในรูปก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างเม็ดดินขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั้งที่ได้รับการบดและไม่บด พบว่า การ
ปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ในเม็ดดินขนาดเล็กเกิดขึ้นสูงกว่าเม็ดดินขนาดใหญ่มากถึง 3 - 4 เท่า
จากผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับ Gregorich et al. (1989) รายงานว่า เม็ดดินขนาดเล็กที่ถูก
รบกวนโครงสร้างโดยการบดหรือท าให้แตกหักส่งผลให้มีปริมาณคาร์บอนสูญหายไปในรูปก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์ได้มาก สะท้อนให้เห็นว่า เม็ดดินขนาดเล็กมีปริมาณคาร์บอนสะสมทั้งภายในและนอก
โครงสร้างสูงกว่าเม็ดดินขนาดใหญ่ ดังนั้น เม็ดดินขนาดเล็กมีบทบาทส าคัญต่อการป้องกันคาร์บอนในดิน
นอกจากนี้ Six et al. (2002) เสนอว่า การป้องกันอินทรียวัตถุหรืออินทรีย์คาร์บอนในดิน
โดยการเกิดเม็ดดินนั้นมีความสัมพันธ์กับปริมาณอนุภาคขนาดดินเหนียวและประเภทของแร่ดินเหนียวที่มี
บทบาทต่อกลไกการเกิดเม็ดดิน โดย Franzluebbers and Arshad (1997) รายงานว่า การป้องกัน
คาร์บอนหรืออินทรียวัตถุส่วนที่เป็นชิ้นในเม็ดดินเพิ่มขึ้นตามปริมาณปริมาณอนุภาคดินเหนียวที่เพิ่มขึ้น
และประเภทแร่ดินเหนียวที่แตกต่างกันส่งผลต่อกลไกการสร้างเม็ดดิน (Oades and Waters, 1991) ท า
ให้เกิดการป้องกันอินทรียวัตถุส่วนที่เป็นชิ้นในส่วนของเม็ดดินขนาดเล็กต่างกันด้วย แร่ดินเหนียวประเภท
2:1 เช่น มอนมอริลโลไนต์ และเวอร์มิคูไลต์ที่มีค่าการแลกเปลี่ยนแคตไอออนและพื้นที่ผิวจ าเพาะสูงนั้นมี
การเกาะยึดสูงกว่าเมื่อเทียบกับแร่ดินเหนียวที่มีค่าการแลกเปลี่ยนแคตไอออนและพื้นที่ผิวจ าเพาะต่ า
อย่างเช่น แร่ดินเหนียวอิลไลต์ (Greenland, 1965) และในทางตรงกันข้าม แร่ดินเหนียวจ าพวกเคโอลิไนต์
เหล็ก และอะลูมินัมออกไซด์ มีประจุบวกเป็นส่วนใหญ่มีความสามารถในการเกาะยึดกับอินทรียวัตถุได้ต่ า
(Dixon, 1989)
2) กลไกการป้องกันทางเคมี
กลไกการป้องกันทางเคมีของอินทรียวัตถุในดินเป็นการป้องกันการเข้าย่อยสลายของ
จุลินทรีย์ในดินผ่านการเชื่อมยึดพันธะทางเคมีระหว่างอินทรียวัตถุในดินกับส่วนของอนุภาคดิน มี
การศึกษาวิจัยจ านวนมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการป้องกันของคาร์บอนและไนโตรเจนในดินกับ
ปริมาณอนุภาคขนาดทรายแป้งและขนาดดินเหนียว (Feller and Beare, 1997) Hassink (1997) ศึกษา
ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนของอินทรียวัตถุในดินกับเนื้อดินที่ระดับความลึก 0 - 10 เซนติเมตร จากผิวดิน
พบว่า ปริมาณอนุภาคเดี่ยวที่มีขนาดเล็กกว่า 20 ไมครอน มีความสัมพันธ์กับปริมาณคาร์บอนในดิน
ในขณะที่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างคาร์บอนในส่วนของอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่า 20 ไมครอน
นอกจากนี้ ยังพบว่า ดินที่ท าการเกษตรโดยเฉพาะในส่วนของอนุภาคดินที่มีขนาดใหญ่กว่า 20 ไมครอน มี
ปริมาณอินทรียวัตถุลดลงมากกว่าเมื่อเทียบปริมาณอินทรียวัตถุที่พบในส่วนของขนาดเล็กกว่า 20
ไมครอน ผลนี้สะท้อนว่า ปริมาณอินทรียวัตถุในดินได้รับการป้องกันได้ดีในส่วนอนุภาคขนาดเล็กกว่า 20
ไมครอน จากการเข้าท าย่อยสลายของจุลินทรีย์ในดิน ดินที่มีปริมาณอนุภาคขนาดทรายแป้งและขนาดดิน
เหนียวสูงส่งผลต่อการสร้างเม็ดดินทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยสามารถป้องกันอินทรียวัตถุไว้ในดินได้
(Tisdall and Oades, 1982) การเชื่อมยึดของเม็ดดินอาจถูกรบกวนได้โดยการท าการเกษตร นอกจากนี้
ปริมาณอนุภาคขนาดดินเหนียว และประเภทของแร่ดินเหนียวทั้งประเภท 1:1 และ 2:1 มีอิทธิพลต่อ
ความเสถียรภาพของอินทรียวัตถุในดิน และเชื่อว่าประเภทของแร่ดินเหนียวมีบทบาทส าคัญที่ก่อให้เกิด

