Page 33 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 33
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
21
เสื่อมโทรมของที่ดิน ซึ่งพิจารณาจากการสูญเสียอินทรีย์คาร์บอนไปจากระบบดิน โดยกระบวนการกร่อน
ดินส่งผลให้ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนโดยเฉพาะบริเวณผิวดินลดลงอย่างมาก
(2) การไถพรวน
ระบบการไถพรวน เป็นกิจกรรมที่รบกวนดินส่งผลท าให้เกิดกระบวนการสูญเสีย
อินทรีย์คาร์บอนไปจากดินได้ง่ายผ่านกิจกรรมการเข้าย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ดิน การจัดการดินทางการ
เกษตรแบบไม่ไถสามารถเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน โดยดินที่ไม่ได้ถูกรบกวนนั้นเกิดโครงสร้างดิน
หรือเม็ดดินที่ดีและมีบทบาทต่อการป้องกันคาร์บอนไว้ (Kane, 2015) งานวิจัยที่ผ่านมาชี้ว่า ระบบ
การเกษตรที่ไม่มีการไถพรวนส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินโดยเฉพาะบริเวณผิวดิน การ
เพิ่มคาร์บอนในดินดังกล่าวนั้นสัมพันธ์กับการเกิดเม็ดดิน ดังนั้น เพื่อให้มีการสะสมคาร์บอนไว้ในดินอย่าง
ต่อเนื่องควรมีการจัดการดินแบบไม่ไถพรวนหรือมีการไถน้อยที่สุด หรือการไถแบบเชิงอนุรักษ์ ซึ่งรูปแบบ
การไถต่างๆ ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณคาร์บอนในดิน จากหลายงานวิจัยที่ผ่านมาชี้ว่า อินทรีย์คาร์บอนนั้น
ได้รับการป้องกันจากโครงสร้างเม็ดดิน แต่มีปริมาณการสะสมในระดับที่ต่ ากว่าไม่ไถพรวน (Doran, 1980;
Halvorson, et al., 2002; West and Post, 2002)
Allmaras et al. (2000); Baker et al. (2007) รายงานว่า การจัดการดินมีผลทั้ง
ทางตรงและทางอ้อมต่อกิจกรรมจุลินทรีย์ อัตราการสลายตัวของอินทรียวัตถุในดิน และปริมาณเศษซาก
พืชที่กลับสู่ดินซึ่งมีผลต่อระดับปริมาณอินทรีย์คาร์บอนที่สะสมในดิน การจัดการดินโดยการไถพรวน
ส่งเสริมต่อการเร่งอัตราการสลายตัวของอินทรีย์คาร์บอนในดินเนื่องจากจุลินทรีย์ในดินสามารถเข้าย่อย
สลายอินทรียวัตถุได้เพิ่มมากขึ้น การลดการไถพรวนหรือไม่มีการไถพรวนควบคู่กับการเพิ่มเศษซากพืชสู่
ดินท าให้ดินมีปริมาณคาร์บอนสะสมในดินเพิ่มสูงกว่าการไถพรวน นอกจากนี้ การจัดการดิน เช่น การใส่
ปุ๋ย การจัดการชลประทาน และการใช้วัสดุอินทรีย์ (ปุ๋ยคอก และมูลสัตว์) ท าให้ดินมีปริมาณอินทรีย์
คาร์บอนเพิ่มขึ้น
Mikah and Rice (2004); Zhang et al. (2007) รายงานว่า ระบบการปลูกพืชที่ลด
การไถพรวนหรือไม่มีการไถพรวนนั้นส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินท าให้เม็ดดินมีความ
เสถียรภาพสูง โดยเฉพาะเม็ดดินขนาดใหญ่ซึ่งส่งเสริมให้การแทรกซึมของน้ าในดินได้ดี และต้านทานการ
เกิดการชะล้างพังทลายจากลม และน้ า
Balesdent et al. (2000) รายงานว่า ระบบดินที่ท าการเกษตรแบบไม่มีการไถพรวน
มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสูงกว่าการท าการเกษตรแบบมีการไถพรวน เนื่องจากดินที่ได้รับการไถพรวน
นั้นท าให้โครงสร้างของเม็ดดินถูกรบกวนและแตกส่งผลให้คาร์บอนในส่วนที่ถูกป้องกันไว้ในภายในเม็ดดิน
ถูกย่อยสลายได้ง่ายโดยจุลินทรีย์ท าให้มีปริมาณคาร์บอนในดินลดลง เช่นเดียวกับ Purakayastha et al.
(2008) รายงานถึงพื้นที่ไม่มีการไถพบว่า ดินมีปริมาณคาร์บอนที่ระดับความลึก 0 - 20 เซนติเมตร จากผิว
ดิน สูงกว่าในพื้นที่ที่มีการไถตามปกติ และยังพบว่า ในพื้นที่ที่ไม่มีการไถดินติดต่อกันระยะเวลา 4 และ 28
ปี มีปริมาณคาร์บอนในดินไม่แตกต่างกัน แต่พบว่ามีชิ้นส่วนของอินทรียวัตถุที่หลงเหลืออยู่ในดินโดย
เฉพาะที่ระดับความลึก 0 - 5 เซนติเมตร โดยมีปริมาณสูงกว่าในดินที่ไม่มีการไถติดต่อกัน 28 ปี (8.1
เมกะกรัมคาร์บอนต่อเฮกตาร์) เมื่อเทียบกับการไถติดต่อกัน 4 ปี (6.3 เมกะกรัมคาร์บอนต่อเฮกตาร์)

