Page 22 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 22
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
10
(litter) ถ้าพิจารณาในเชิงลึกแล้วไม่จัดเป็นอินทรียวัตถุในดิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของหน้าตัดดิน ได้แก่
อินทรียวัตถุขนาดใหญ่ (macro-organic matter) และฮิวมัส (humus)
2) การแบ่งแยกส่วนของอินทรียวัตถุในดินตามกลไกหรือตามอัตราการสลายตัวขึ้นอยู่กับ
องค์ประกอบของอินทรียวัตถุส่วนต่างๆ ที่มีอัตราการสลายตัวต่างกันสัมพันธ์กับหน้าที่อินทรียวัตถุในการ
ส ารองและปลดปล่อยธาตุอาหารในดินมากกว่าเกณฑ์ในการมีและไม่มีชีวิต การแบ่งอินทรียวัตถุตามอัตรา
การสลายตัว แบ่งได้ดังนี้
(1) อินทรียวัตถุส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย (labile pool) เป็นส่วนที่มีการสลายตัวภาย
ใน 2 - 3 สัปดาห์ ประกอบด้วย มวลชีวภาพจุลินทรีย์ (microbial biomass) อินทรียวัตถุขนาดใหญ่
อินทรียวัตถุที่ไม่ได้รับการป้องกันทางกายภาพและทางเคมีหรือคอลลอยด์ดิน ซึ่งมวลชีวภาพจุลินทรีย์และ
อินทรียวัตถุขนาดใหญ่เป็นส่วนที่มีความส าคัญมากในการสลายตัวและปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็น
ประโยชน์กับพืช โดยมวลชีวภาพจะสลายตัวและปลดปล่อยอย่างรวดเร็ว ขณะที่อินทรียวัตถุขนาดใหญ่
ปลดปล่อยธาตุอาหารออกอย่างช้าขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมี
(2) อินทรียวัตถุส่วนที่เปลี่ยนแปลงช้าหรือเสถียร (stable pool) ใช้เวลาในการสลาย
นานหลายปี ประกอบด้วย อินทรียวัตถุส่วนที่เป็นฮิวมัสแท้หรือสารฮิวมิก ซึ่งอินทรียวัตถุส่วนนี้ได้รับการ
ป้องกันทางกายภาพ (physically protected) อยู่ในเม็ดดิน (soil aggregate) และส่วนที่ได้รับป้องกัน
ทางเคมี (chemically protected) หรือคอลลอยด์ดิน (colloidally protected) คือส่วนที่ถูกยึดไว้กับผิว
หรืออยู่ภายในหลืบของแร่ดินเหนียว
2.5.2 บทบำทของอินทรียวัตถุในดิน
จากการแบ่งส่วนของอินทรียวัตถุตามการเปลี่ยนแปลงหรือการสลายตัวของอินทรียวัตถุ
จะเห็นว่า ส่วนของอินทรียวัตถุในดินในส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย ได้แก่ มวลชีวภาพจุลินทรีย์ และ
อินทรียวัตถุส่วนที่เป็นชิ้นนั้นจะเป็นส่วนที่มีบทบาทในระยะสั้น ซึ่งมีความส าคัญมากในการสลายตัวและ
ปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืช โดยมวลชีวภาพจะสลายตัวและปลดปล่อยธาตุอาหารอย่าง
รวดเร็ว ขณะที่อินทรียวัตถุส่วนที่เป็นชิ้นปลดปล่อยธาตุอาหารออกอย่างช้าๆ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทาง
เคมี ในขณะที่ส่วนของอินทรียวัตถุที่เปลี่ยนแปลงช้า ได้แก่ สารฮิวมิก เป็นส่วนที่เสถียรมากที่สุด ท าให้ค่า
ความจุแลกเปลี่ยนแคตไอออนในดินเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับธาตุอาหารประจุบวกในดิน
นอกจากนี้ สารฮิวมิกยังมีบทบาทในการส่งเสริมให้อนุภาคดินจับตัวกันเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงมากขึ้น
สร้างเม็ดดินที่คงทนและมีเสถียรภาพสูง (Six et al., 2000) เพิ่มความสามารถในการแทรกซึมของน้ าลง
ในดินและความพรุนของดิน รวมถึงท าให้ความหนาแน่นรวมของดินลดลง
2.5.3 กำรสลำยตัวของสำรอินทรีย์ในดิน
การสลายตัวของสารอินทรีย์มีปัจจัยที่มีความส าคัญคือ องค์ประกอบทางเคมีของ
สารอินทรีย์ (Fioretto et al., 2004) ภูมิอากาศ (ความชื้น และอุณหภูมิ) และประชากร และกิจกรรม
ของจุลินทรีย์ในดิน ซึ่งมีผลต่อการสลายตัวของสารอินทรีย์และการปลดปล่อยธาตุอาหาร (Melillo et al.,
1982; Gartner and Cardon, 2004) ปัจจัยทางด้านอิทธิพลของสภาพภูมิอากาศ คุณภาพซากพืช และ
สิ่งแวดล้อมในดินนั้นมีผลต่อการสลายตัว โดยการสลายตัวในช่วงแรกนั้นมีความสัมพันธ์กับภูมิอากาศและ

