Page 207 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 207
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
มีปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และซัลเฟอร์ เฉลี่ย 2.72,
0.54, 2.14, 1.19, 1.59 และ 0.77 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
ภาพแสดงลักษณะของถั่วพร้า
10.2.3 ถั่วพุ่ม
ถั่วพุ่ม (Vigna spp.) จัดเป็นพืชในวงศ์ Leguminosae ชนิดที่นิยมใช้ในประเทศไทยมี
2 สายพันธุ์ คือ ถั่วพุ่มแดง หรือลาย (Vigna sinensis) เป็นพันธุ์พื้นเมือง และถั่วพุ่มดำ (Vigna unguiculata
(walp.)) มีชื่อสามัญว่า Cowpea เป็นพืชล้มลุก มีถิ่นกำเนิดในอัฟริกา และอเมริกาใต้ เจริญเติบโตได้ดีในดิน
ที่มีการระบายน้ำและอากาศ ดินร่วนปนทราย ความเป็นกรดเป็นด่างปานกลาง เมล็ดถูกรบกวนด้วยแมลง
ศัตรูพืชได้ง่าย จึงควรทดสอบเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดก่อนปลูกทุกครั้ง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ถั่วพุ่ม มีลักษณะลำต้นแตกต่างตามพันธุ์ พันธุ์ที่มีลำต้นตั้งตรง มีความสูงของทรงพุ่มตั้งแต่ 1-3 ฟุต
เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ จะสร้างดอกบริเวณมุมใบ และปลายยอดของลำต้น ซึ่งทำให้ฝักแก่พร้อมกัน สะดวกใน
การเก็บเกี่ยว และพันธุ์ที่มีลักษณะลำต้นเลื้อย ปลายยอดสามารถเจริญเติบโต สร้างดอกที่เกิดตามซอกมุมใบไป
เรื่อย ๆ ตลอดฤดูปลูก ทำให้ฝักแก่เก็บเกี่ยวได้ไม่พร้อมกัน หากพื้นที่ดินมีความชื้นและธาตุอาหารสมบูรณ์
จะเจริญเติบโตข้ามฤดูปลูก ฝักมีลักษณะเรียบ ความยาวฝัก 15-25 เซนติเมตร สีของเมล็ด มีตั้งแต่ สีน้ำตาล
สีน้ำตาลแดงเข้ม สีม่วงดำ และสีเทา น้ำหนักเมล็ด 1 กิโลกรัม มีจำนวนเมล็ด 3,500-9,500 เมล็ดต่อกิโลกรัม
การปลูก
ถั่วพุ่มสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี หากมีระบบน้ำชลประทาน คือ ปลูกต้นฤดูฝน เริ่มปลูกเดือน
พฤษภาคม-มิถุนายน และปลูกปลายฤดูฝน เริ่มปลูกปลายกรกฎาคม-สิงหาคม และเก็บเกี่ยวได้ในเดือน
กันยายน-เดือนตุลาคม มีอายุถึงวันออกดอกประมาณ 30-45 วัน
1. ปลูกแบบหว่าน โดยใช้อัตราเมล็ด 8 กิโลกรัมต่อไร่
2. ปลูกหยอดเป็นหลุม จำนวนเมล็ดต่อหลุม 2-3 เมล็ด ระยะระหว่างต้น 30-50
เซนติเมตร และระยะระหว่างแถว 75-100 เซนติเมตร ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 3-4 กิโลกรัมต่อไร่
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 179
กรมพัฒนาที่ดิน

