Page 204 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 204

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





              10.2 ชนิดของพืชปุ๋ยสด
                                                                                                                                  ศัตรูพืช เช่น Lannate และ Azodrine เพื่อป้องกันหนอนกินใบและเจาะฝัก  นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกิดจากเชื้อ

                   พืชปุ๋ยสดที่นิยมปลูก ได้แก่ พืชวงศ์ถั่วชนิดต่าง ๆ เช่น ปอเทือง ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม ถั่วมะแฮะ และ                 ไวรัส โดยมีแมลงเป็นพาหนะ ลักษณะอาการคือ ใบจะมีขนาดเล็ก ช่อดอกมีลักษณะเป็นฝอย ไม่ติดฝัก สามารถ
              โสนอัฟริกัน เป็นต้น ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่                                                 ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงการปลูกซ้ำในพื้นที่เดิม ควรหมั่นเข้าตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอในช่วงเช้าก่อนมีแดดจัด

                          พื้นที่ลุ่ม สภาพดินมีการระบายน้ำไม่ดี พืชที่เลือกปลูกควรทนต่อน้ำขัง ได้แก่ โสนอัฟริกัน โสน              เพื่อตรวจหาหนอนและแมลงตั้งแต่ปอเทืองเริ่มออกดอกไปจนถึงระยะติดเมล็ด
              จีนแดง โสนคางคก และโสนอินเดีย เป็นต้น                                                                               การเก็บเกี่ยว

                          พื้นที่ดอน ควรเลือกพืชที่ทนแล้ง เจริญเติบโตในดินที่ระบายน้ำดีมีการถ่ายเทอากาศดี นิยม                           ปอเทืองมีอายุเก็บเกี่ยว 120-150 วัน  โดยฝักแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 80-150
              ปลูก ปอเทือง ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม และถั่วมะแฮะ                                                                         กิโลกรัมต่อไร่  เมล็ดปอเทืองสามารถเก็บรักษาไว้ได้เป็นเวลานานถึง 1-2 ปี

                                                                                                                                  การใช้ประโยชน์
                     10.2.1 ปอเทือง
                                                                                                                                         ปลูกเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสด นิยมปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดในสภาพพื้นที่ดอน โดยการปลูกหมุนเวียนร่วมกับพืช
                            ปอเทือง (Crotalaria juncea)   เป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์ Leguminosae ชื่อสามัญ Sunn
                                                                                                                                  หลัก เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น  โดยการหว่านหรือโรยเมล็ดก่อนการปลูกพืชหลัก เป็นเวลา
              hemp เป็นพืชวงศ์ถั่วในเขตฤดูร้อน  ส่วนใหญ่พบในทวีปอเมริกา และอินเดีย  เจริญเติบโตได้ดีในที่ดอน                      อย่างน้อย 60-75 วัน และไถกลบปอเทืองเมื่ออายุประมาณ 45-50 วัน ในขณะที่ดินยังมีความชื้น ทิ้งไว้ใน

              การระบายน้ำดี ทนแล้งได้ดี และไม่ชอบน้ำท่วมขัง
                                                                                                                                  แปลงให้เกิดการย่อยสลายเป็นเวลาประมาณ 14 วัน ก่อนการปลูกพืชหลัก  จะให้น้ำหนักสด และน้ำหนักแห้ง
              ลักษณะทางพฤกษศาสตร์                                                                                                 ที่ได้จากการปลูกปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสดเฉลี่ยประมาณ 2,500-3,000 และ 500-840 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ
                     ปอเทือง เป็นพืชฤดูเดียว ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามาก สูงประมาณ 150-170 เซนติเมตร ใบเป็น
                                                                                                                                  มีปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และซัลเฟอร์ เฉลี่ย 2.76,
              ใบเดี่ยว ลักษณะยาวรี ช่อดอกสีเหลืองเป็นแบบราซีม (racemes) ซึ่งอยู่ปลายกิ่งก้านสาขา ประกอบด้วย ดอก                   0.22, 2.40, 1.53, 2.04 และ 0.96 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
              ย่อย 8-20 ดอก ดอกสีเหลือง มีการผสมข้ามฝัก ฝักมีรูปร่างเป็นทรงกระบอก ขนาดความยาว 3-6 เซนติเมตร
                                                                                                                                         ปลูกเป็นพืชแซม โดยปลูกปอเทืองลงระหว่างแถวของพืชหลัก และปลูกหลังจากพืชหลักประมาณ
              กว้าง 1-2 เซนติเมตร ใน 1 ฝักมีจำนวนเมล็ดประมาณ 6 เมล็ด เมื่อเขย่าฝักแก่จะเกิดเสียงดังเนื่องจากเมล็ด                 1 เดือน
              กระทบกัน เมล็ดมีรูปร่างคล้ายหัวใจ สีน้ำตาลหรือดำ น้ำหนักเมล็ด 1 กิโลกรัม มีจำนวนเมล็ดประมาณ
                                                                                                                                         ปลูกเป็นพืชเหลื่อมฤดู โดยปลูกปอเทืองเป็นพืชที่สอง ระหว่างแถวของพืชหลัก ในขณะที่พืชหลักยัง
              40,000-50,000 เมล็ด หรือใน 1 ลิตร จะมีจำนวนเมล็ดประมาณ 34,481 เมล็ด
              การปลูก                                                                                                             ไม่ได้เก็บเกี่ยวแต่ใกล้ระยะเวลาหรือรอเก็บเกี่ยว เพื่อเป็นการประหยัดเวลาต่อเนื่องระหว่างการปลูกปอเทือง

                     ปลูกเพื่อไถกลบ มี 2 วิธี ดังนี้                                                                              เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดกับพืชหลักที่ปลูกในระยะแรกเริ่ม

                            1. ปลูกแบบหว่าน โดยการหว่านในแปลงให้ทั่ว ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 5 กิโลกรัมต่อไร่
                            2. ปลูกแบบโรยเป็นแถว โดยการโรยเมล็ดในแถว มีระยะระหว่างแถว 75 เซนติเมตร และ

              กลบเมล็ดด้วยดินบาง ๆ ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 3-5 กิโลกรัมต่อไร่
                     ปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ มี 2 วิธี ดังนี้

                            1. ปลูกแบบโรยเป็นแถว โดยใช้ระยะระหว่างแถว 75-100 เซนติเมตร ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 3-5
              กิโลกรัมต่อไร่

                            2. ปลูกแบบหยอดเป็นหลุม จำนวนเมล็ดต่อหลุม 3-5 เมล็ด ระยะระหว่างต้น 50-75
              เซนติเมตร ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ประมาณ 3-5 กิโลกรัมต่อไร่                                                                                                ภาพแสดงลักษณะปอเทือง

              การดูแลรักษา

                     เมื่อปอเทืองอายุ 2-3 สัปดาห์ ทำการถอนแยกให้เหลือ 1 ต้นต่อหลุม พรวนดินเพื่อกำจัดวัชพืชและ
              กลบโคนต้นปอเทือง เนื่องจากปอเทืองเป็นพืชที่ตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสได้ดี ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลผลิต

              สูง ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่ออายุ 3 สัปดาห์  ควรฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัด



             176       คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   199   200   201   202   203   204   205   206   207   208   209