Page 205 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 205
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ศัตรูพืช ศัตรูพืช เช่น Lannate และ Azodrine เพื่อป้องกันหนอนกินใบและเจาะฝัก นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกิดจากเชื้อเช่น Lannate และ Azodrine เพื่อป้องกันหนอนกินใบและเจาะฝัก นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกิดจากเชื้อ
ไวรัส โดยมีแมลงเป็นพาหนะ ลักษณะอาการคือ ใบจะมีขนาดเล็ก ช่อดอกมีลักษณะเป็นฝอย ไม่ติดฝัก สามารถ
ไวรัส โดยมีแมลงเป็นพาหนะ ลักษณะอาการคือ ใบจะมีขนาดเล็ก ช่อดอกมีลักษณะเป็นฝอย ไม่ติดฝัก สามารถ
ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงการปลูกซ้ำในพื้นที่เดิม ควรหมั่นเข้าตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอในช่วงเช้าก่อนมีแดดจัด
ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงการปลูกซ้ำในพื้นที่เดิม ควรหมั่นเข้าตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอในช่วงเช้าก่อนมีแดดจัด
เพื่อตรวจหาหนอนและแมลงตั้งแต่ปอเทืองเริ่มออกดอกไปจนถึงระยะติดเมล็ด
เพื่อตรวจหาหนอนและแมลงตั้งแต่ปอเทืองเริ่มออกดอกไปจนถึงระยะติดเมล็ด
การเก็บเกี่ยว
การเก็บเกี่ยว
ปอเทืองมีอายุเก็บเกี่ยว 120-150 วัน โดยฝักแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 80-150
ปอเทืองมีอายุเก็บเกี่ยว 120-150 วัน โดยฝักแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 80-150
กิโลกรัมต่อไร่ เมล็ดปอเทืองสามารถเก็บรักษาไว้ได้เป็นเวลานานถึง 1-2 ปี
กิโลกรัมต่อไร่ เมล็ดปอเทืองสามารถเก็บรักษาไว้ได้เป็นเวลานานถึง 1-2 ปี
การใช้ประโยชน์
การใช้ประโยชน์
ปลูกเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสด นิยมปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดในสภาพพื้นที่ดอน โดยการปลูกหมุนเวียนร่วมกับพืช
ปลูกเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสด นิยมปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดในสภาพพื้นที่ดอน โดยการปลูกหมุนเวียนร่วมกับพืช
หลัก เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น โดยการหว่านหรือโรยเมล็ดก่อนการปลูกพืชหลัก เป็นเวลา
หลัก เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น โดยการหว่านหรือโรยเมล็ดก่อนการปลูกพืชหลัก เป็นเวลา
อย่างน้อย 60-75 วัน และไถกลบปอเทืองเมื่ออายุประมาณ 45-50 วัน ในขณะที่ดินยังมีความชื้น ทิ้งไว้ใน
อย่างน้อย 60-75 วัน และไถกลบปอเทืองเมื่ออายุประมาณ 45-50 วัน ในขณะที่ดินยังมีความชื้น ทิ้งไว้ใน
แปลงให้เกิดการย่อยสลายเป็นเวลาประมาณ 14 วัน ก่อนการปลูกพืชหลัก จะให้น้ำหนักสด และน้ำหนักแห้ง
แปลงให้เกิดการย่อยสลายเป็นเวลาประมาณ 14 วัน ก่อนการปลูกพืชหลัก จะให้น้ำหนักสด และน้ำหนักแห้ง
ที่ได้จากการปลูกปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสดเฉลี่ยประมาณ 2,500-3,000 และ 500-840 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ
ที่ได้จากการปลูกปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสดเฉลี่ยประมาณ 2,500-3,000 และ 500-840 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ
มีปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และซัลเฟอร์ เฉลี่ย 2.76,
มีปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และซัลเฟอร์ เฉลี่ย 2.76,
0.22, 2.40, 1.53, 2.04 และ 0.96 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
0.22, 2.40, 1.53, 2.04 และ 0.96 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
ปลูกเป็นพืชแซม โดยปลูกปอเทืองลงระหว่างแถวของพืชหลัก และปลูกหลังจากพืชหลักประมาณ
ปลูกเป็นพืชแซม โดยปลูกปอเทืองลงระหว่างแถวของพืชหลัก และปลูกหลังจากพืชหลักประมาณ
1 เดือน 1 เดือน
ปลูกเป็นพืชเหลื่อมฤดู โดยปลูกปอเทืองเป็นพืชที่สอง ระหว่างแถวของพืชหลัก ในขณะที่พืชหลักยัง
ปลูกเป็นพืชเหลื่อมฤดู โดยปลูกปอเทืองเป็นพืชที่สอง ระหว่างแถวของพืชหลัก ในขณะที่พืชหลักยัง
ไม่ได้เก็บเกี่ยวแต่ใกล้ระยะเวลาหรือรอเก็บเกี่ยว เพื่อเป็นการประหยัดเวลาต่อเนื่องระหว่างการปลูกปอเทือง
ไม่ได้เก็บเกี่ยวแต่ใกล้ระยะเวลาหรือรอเก็บเกี่ยว เพื่อเป็นการประหยัดเวลาต่อเนื่องระหว่างการปลูกปอเทือง
เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดกับพืชหลักที่ปลูกในระยะแรกเริ่ม
เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดกับพืชหลักที่ปลูกในระยะแรกเริ่ม
ภาพแสดงลักษณะปอเทือง
ภาพแสดงลักษณะปอเทือง
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 177
กรมพัฒนาที่ดิน

