Page 79 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 79
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
2) การป้องกันผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ด าเนินการแล้วรวมพื้นที่ 132,920 ไร่ โดย ให้ซึมลงใต้ดินอย่างช้าๆ ท าให้เกิดความชื้นที่พืชสามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งช่วยไม่ให้น้ าไหลบ่าไป
แบ่งออกเป็น กัดเซาะดินในพื้นที่ตอนล่างก่อให้เกิดความเสียหาย นับเป็นการคุ้มครองที่ดินให้สามารถน าไปใช้ประโยชน์
(1) การจัดท าระบบอนุรักษ์ดินและน้ าพร้อมปลูกไม้ยืนต้นโตเร็วเพื่ออนุรักษ์ดิน ได้อย่างยั่งยืนอีกแนวทางหนึ่ง
และน้ า และปลูกไม้ยืนต้นรักษาสภาพแวดล้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ 6.1.11 ด้ำนกำรบังคับใช้กฎหมำย
การเกษตร และเพื่อรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหา โดยพัฒนาบุคลากร การด าเนินการด้านกฎหมายตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ได้มีการแต่งตั้ง
เกษตรกร และบุคคลที่เกี่ยวข้องให้สามารถเตรียมพร้อมในการรองรับกับภาวะโลกร้อนด้านการเกษตร โดย คณะกรรมการพัฒนาที่ดิน คณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดิน และออกระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือ
พื้นที่ที่ด าเนินการจะต้องเป็นพื้นที่ดอน แห้งแล้งซ้ าซาก เสื่อมโทรม ทิ้งร้าง โดยมีความลาดชันของพื้นที่น้อย เงื่อนไขเกี่ยวกับการวิเคราะห์ตรวจสอบตัวอย่างดินเป็นการเฉพาะราย การบริการแผนที่หรือข้อมูลทาง
กว่าร้อยละ 20 อัตราการสูญเสียหน้าดิน ตั้งแต่ 2 ตันต่อไร่ต่อปี ขึ้นไป แผนที่เฉพาะราย และการปรับปรุงดิน หรือที่ดิน หรือการอนุรักษ์ดินและน้ าเป็นการเฉพาะราย จาก
(2) การรณรงค์ไถกลบตอซังเพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อน เพื่อเผยแพร่ และประชา พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14 บัญญัติว่า “ ในกรณีที่ปรากฏว่าพื้นที่ใดมีการใช้หรือท า
สัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รู้ถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซัง และลดการเกิดภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการเผา ให้เกิดการปนเปื้อนของสารเคมี หรือวัตถุอื่นใดที่จะท าให้ที่ดินเกิดความเสื่อมโทรมต่อการใช้ประโยชน์ทาง
ตอซัง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ท าให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น เป็นการสาธิตวิธีการไถกลบตอซังที่ถูกต้องและเหมาะสม การเกษตร ให้รัฐมนตรีโดยค าแนะน าของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน มีอ านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หลังเก็บเกี่ยวในพื้นการเกษตร รวมถึงการปลูกพืชปรับปรุงดินโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ ควบคุมการใช้ที่ดินบริเวณนั้นและให้มีแผนที่แนบท้ายประกาศด้วย แผนที่ดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งแห่ง
สามารถน าไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้ โดยพื้นที่ที่ด าเนินการจะต้องเป็นพื้นที่ปลูกข้าว ข้าวโพด อ้อย ประกาศกรณีมีการปนเปื้อนเกิดขึ้น ให้ผู้กระท าการปนเปื้อนด าเนินการปรับปรุงที่ดินให้คืนสู่สภาพเดิมหรือ
ในพื้นที่แห้งแล้งซ้ าซาก ชดเชยค่าเสียหายให้แก่รัฐหรือผู้ที่ได้รับความเสียหาย” เช่น การปล่อยน้ าเสียจากโรงงานลงสู่พื้นที่ท า
(3) การลดการเผาพื้นที่โล่งเตียน เพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อน เพื่อลดการเผาพื้นที่ การเกษตร หรือการท ากิจกรรมใดๆ ที่ท าให้พื้นที่เกษตรกรรมมีความเค็มเพิ่มขึ้นและมีผลกระทบต่อพืชที่
เกษตรบนพื้นที่โล่งเตียน เป็นการช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อนได้ในระดับหนึ่ง และบรรเทามลพิษทางอากาศ ปลูก การท าให้พื้นที่เพาะปลูกปนเปื้อนด้วยสารเคมีหรือโลหะหนักแล้วมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของ
เพื่อให้เกษตรกรชาวเขาได้เรียนรู้การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ด าเนินการในพื้นที่ 8 จังหวัด ประชาชน เป็นต้น (กรมพัฒนาที่ดิน, 2551)
ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา ล าปาง ล าพูน และแพร่ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรบนที่
สูงที่มีการแผ้วถางและเผาอยู่เป็นประจ า และพื้นที่ปลูกพืชไร่ ไร่เลื่อนลอย 6.1.12 ด้ำนกำรพัฒนำที่ดินเพื่อกำรเกษตรบนพื้นที่สูงภำคเหนือ
เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับธนาคารโลกและองค์การ
6.1.10 ด้ำนกำรบริหำรจัดกำรทรัพยำกรน้ ำ อาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ใน พ.ศ. 2519 เพื่อป้องกันการท าลายป่า ตลอดจนจัดหมู่บ้านป่าไม้ใน
ถึงแม้ว่าการพัฒนาที่ดินจะเป็นภารกิจหลัก แต่กรมพัฒนาที่ดินยังได้เล็งเห็นความส าคัญ ภาคเหนือของประเทศไทยโดยการพัฒนาการเกษตรให้ราษฎรมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น มีวัตถุประสงค์ของ
ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า โดยการก่อสร้างและพัฒนาแหล่งน้ า เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ า โครงการ ดังนี้
ในพื้นที่ที่ระบบการชลประทานส่งไปไม่ถึง เพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ าไว้ใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม มีผล 1) เพื่อยกระดับมาตรฐานของการครองชีพของราษฎรชนบทที่ยากจนให้สูงขึ้น โดย
การด าเนินงานที่ส าคัญคือ ปรับปรุงและสร้างความมั่นคงของรายได้ให้ครอบครัวที่มีที่ดินไม่เพียงพอ หรือไม่มีที่ท ากิน มีที่อยู่อาศัยบนที่
1) การพัฒนาแหล่งน้ าเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ า โดยการก่อสร้างแหล่งน้ าขนาดเล็กขนาด ราบต่ า
ความจุ 5,000 – 100,000 ลูกบาศก์เมตร ด าเนินการปรับปรุงพื้นที่และจัดท าระบบส่งน้ าในไร่นา เป็นวิธี 2) เพื่อเพิ่มพูนผลิตผลทางการเกษตร และปรับปรุงการใช้ประโยชน์ของที่ดินบนพื้นที่
เพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์น้ า รักษาความชุ่มชื้นในดิน และใช้น้ าในการแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม รวมทั้งใช้ ดอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อันเป็นการยับยั้งการท าไร่เลื่อนลอย และการเพาะปลูกตามประเพณีโบราณมา
ประโยชน์จากแหล่งน้ าเหล่านี้ท าการเกษตรกรรมในฤดูแล้ง เพื่อลดความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตร เป็นการเกษตรแผนใหม่ เพื่อใช้พื้นที่ดินประกอบการเกษตรกรรมอย่างมั่นคงถาวร และได้ผลผลิตเต็มเม็ด
ปัจจุบันได้ก่อสร้างแหล่งน้ าเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ าไปแล้วไม่น้อยกว่า 7,882 แห่ง เต็มหน่วย
2) การก่อสร้างแหล่งน้ าในไร่นานอกเขตชลประทาน โดยด าเนินการขุดสระน้ าในไร่นาน 3) เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากร ดิน น้ า และป่าไม้ ตลอดจนสาธิต และส่งเสริมการจัดระบบ
อกเขตชลประทาน ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกษตรกรมีส่วนร่วมในการสมทบค่าใช้จ่าย 2,500 บาท การปลูกพืชบนพื้นที่เกษตรกรรมแบบอาศัยน้ าฝน ซึ่งจะเป็นแบบอย่างในการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ที่เหมาะสมใน
ต่อบ่อ ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณ 17,800 บาทต่อบ่อ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการแก้ปัญหาการขาด การประกอบอาชีพเกษตรกรรมทั่วภาคเหนือ
แคลนน้ าในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ส่งน้ าไปไม่ถึง ด าเนินการได้ 243,291 บ่อ กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค 4) พื้นที่ด าเนินการอยู่ในท้องที่ 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดน่าน แพร่
ของประเทศ (ตารางที่ 6.1) พะเยา ล าปาง เชียงราย เชียงใหม่ และล าพูน โดยการจัดท าระบบอนุรักษ์ดินและน้ าเพื่อการเกษตรที่สูง
ภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ าในภาค โครงการขยายผลโครงการหลวง และโครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นอย่าง
เกษตรเท่านั้น ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบอนุรักษ์ดินและน้ า เนื่องจากสามารถจัดการกักเก็บน้ าฝนที่ตกลงมา ยั่งยืน การด าเนินโครงการมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนจนมาถึงปัจจุบัน มีกิจกรรมต่างๆ ช่วยงานในมูลนิธิ
64 สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

