Page 82 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 82

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                  1) ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น โดยปริมาณอินทรียวัตถุในดินเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1
                  เป็นร้อยละ 1.2 ประมาณ 3 ล้านไร่ต่อปี ท าให้มีผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15.4

                                  2) เกษตรกรมีรายได้ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.21 จากที่มีรายได้เฉลี่ย 4,563.90-
                  9,128.10 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 5,896.80-10,460.70 บาทต่อเดือน จึงท าให้ลดการเคลื่อนย้ายแรงงาน
                  ภาคเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรม ที่จะก่อให้เกิดปัญหาชุมชนเมืองและครอบครัวแตกแยก
                                  3) เกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรเฉลี่ยลดลงร้อยละ 34.39 ท าให้
                  ประเทศไทยลดการใช้ปุ๋ยเคมี 1.765 ล้านตันต่อปี สารเคมีทางการเกษตร 21.84 ล้านลิตรต่อปี คิดเป็น

                  มูลค่า 28,828 ล้านบาทต่อปี การเจ็บป่วยและเสียชีวิตของเกษตรกรจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรลดลง
                  ร้อยละ 50
                                  4) ช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูปจากผลผลิตทาง

                  การเกษตร และขยะสดได้ 3.075 ล้านตันต่อปี ลดการเผาตอซัง ลดปัญหาภาวะโลกร้อน
                                  5) เกษตรกรได้รับการอบรมให้ความรู้เรื่องหลักการท าเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจ
                  พอเพียงเพื่อการด ารงชีวิตมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน สามารถประยุกต์ใช้ในการจัดการทรัพยากรดินให้เกิด
                  ประโยชน์เป็นรูปธรรมที่น าไปสู่ความพออยู่พอกิน ลดรายจ่าย และพึ่งพาตนเองได้

                                  6) นอกจากนี้ประเทศไทยยังสามารถเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อตอบสนอง
                  นโยบายรัฐบาล ครัวไทยสู่ครัวโลก
                           6.1.15 สรุปกำรจัดกำรควำมเสื่อมโทรมของที่ดินตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
                                  จากผลการด าเนินงานของกรมพัฒนาที่ดินที่กล่าวมา สามารถน ามาวิเคราะห์และสรุป

                  ตามตัวชี้วัดเกี่ยวกับคุณลักษณะและเงื่อนไขการน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการ
                  บริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินจนเป็นผลส าเร็จ ได้ดังนี้
                                  1) ด้ำนควำมพอประมำณ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2506 กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าด าเนินการ
                  ศึกษา ส ารวจ วิเคราะห์ จ าแนกที่ดิน จนทราบว่าพื้นที่ใดมีปัญหาคุณภาพดินเสื่อมโทรม ดินบริเวณไหนมี

                  ความเหมาะสมที่จะปลูกพืชชนิดใด แล้วน าข้อมูลมาวางแผนการใช้ประโยชน์บริหารจัดการทรัพยากรดิน
                  จากนั้นได้เข้าไปด าเนินการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และด าเนินการแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
                  พอเพียงคือความพอประมาณ โดยการปรับปรุงพื้นที่การผลิตและแหล่งน้ าให้สมดุลเพียงพอ แนะน าส่งเสริม

                  ให้ใช้เทคโนโลยีการจัดการดินที่มีความเสี่ยงต่ า เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ โดยเผยแพร่ความรู้รวมทั้งการ
                  ให้บริการวัสดุปรับปรุงดินต่างๆ ผ่านเครือข่ายหมอดินอาสาที่มีอยู่ในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้การ
                  ท างานของกรมพัฒนาที่ดินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
                                  2) ด้ำนควำมมีเหตุผล กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปด าเนินการวางแผนการใช้ที่ดิน โดยใช้
                  เทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ท าการก าหนดเขตการใช้ที่ดินระดับต าบลทั่วประเทศ และผลักดันให้

                  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับน าไปใช้เป็นแนวทางในการจัดท าแผนการใช้ที่ดินระดับต าบลแบบบูรณาการ
                  สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมและความต้องการของชุมชน  ท าให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสมบนหลักของ
                  การมีเหตุผล และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินระดับต าบลอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับ

                  ปัจจุบันเป็นช่วงที่ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 กรมฯ จึงต้องเร่ง
                  ด าเนินการปรับฐานข้อมูลดินให้เป็นปัจจุบัน และทันสมัย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนการใช้ที่ดิน
                  โดยเฉพาะการวางแผนการผลิตพืชเศรษฐกิจรายชนิดสินค้าตามกรอบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
                  ก าหนด




                                               สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย                  67
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   77   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87