Page 81 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 81
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
โครงการหลวงฯ และได้เป็นหน่วยงานหนึ่งของส านักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ 1) ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น โดยปริมาณอินทรียวัตถุในดินเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1
“ศูนย์ปฏิบัติกำรพัฒนำที่ดินโครงกำรหลวง” เป็นร้อยละ 1.2 ประมาณ 3 ล้านไร่ต่อปี ท าให้มีผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15.4
2) เกษตรกรมีรายได้ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.21 จากที่มีรายได้เฉลี่ย 4,563.90-
6.1.13 ด้ำนกำรพัฒนำที่ดินอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 9,128.10 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 5,896.80-10,460.70 บาทต่อเดือน จึงท าให้ลดการเคลื่อนย้ายแรงงาน
กรมพัฒนาที่ดินได้ด าเนินงานสนองพระราชด าริ โดยการส ารวจจัดท าแผนที่ระดับ ภาคเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรม ที่จะก่อให้เกิดปัญหาชุมชนเมืองและครอบครัวแตกแยก
ขอบเขตและวางแผนการใช้ที่ดิน จัดท าระบบอนุรักษ์ดินและน้ า พร้อมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในการ 3) เกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรเฉลี่ยลดลงร้อยละ 34.39 ท าให้
ด ารงชีวิต ส่งเสริมการปรับปรุงบ ารุงดินในพื้นที่โครงการพระราชด าริ และพื้นที่ขยายผลโครงการเพื่อยกระดับ ประเทศไทยลดการใช้ปุ๋ยเคมี 1.765 ล้านตันต่อปี สารเคมีทางการเกษตร 21.84 ล้านลิตรต่อปี คิดเป็น
คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกรให้ดีขึ้น ถือเป็น “งำนพัฒนำที่ดิน” ที่ท าให้ประชาชนเกิดความ มูลค่า 28,828 ล้านบาทต่อปี การเจ็บป่วยและเสียชีวิตของเกษตรกรจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรลดลง
พออยู่พอกิน รวมถึงสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร้อยละ 50
ปัจจุบันกรมฯ ได้ด าเนินการพัฒนาที่ดินในพื้นที่โครงการพระราชด าริไปแล้ว 149 โครงการ จ านวน 712,271 4) ช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูปจากผลผลิตทาง
ไร่ จ าแนกเป็น การเกษตร และขยะสดได้ 3.075 ล้านตันต่อปี ลดการเผาตอซัง ลดปัญหาภาวะโลกร้อน
1) โครงการพระราชด าริที่กรมพัฒนาที่ดินได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ท า 5) เกษตรกรได้รับการอบรมให้ความรู้เรื่องหลักการท าเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจ
หน้าที่ประสานการด าเนินงานจ านวน 2 โครงการ คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจาก พอเพียงเพื่อการด ารงชีวิตมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน สามารถประยุกต์ใช้ในการจัดการทรัพยากรดินให้เกิด
พระราชด าริ จังหวัดฉะเชิงเทรา และศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชด าริ จังหวัด ประโยชน์เป็นรูปธรรมที่น าไปสู่ความพออยู่พอกิน ลดรายจ่าย และพึ่งพาตนเองได้
นราธิวาส 6) นอกจากนี้ประเทศไทยยังสามารถเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อตอบสนอง
2) พัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ นโยบายรัฐบาล ครัวไทยสู่ครัวโลก
แหล่งให้ความรู้การพัฒนาทรัพยากรดินด้านต่างๆ ให้กับเกษตรกร นักเรียน และผู้สนใจทั่วไป จ านวน 4 6.1.15 สรุปกำรจัดกำรควำมเสื่อมโทรมของที่ดินตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
โครงการ ได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชด าริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุล จากผลการด าเนินงานของกรมพัฒนาที่ดินที่กล่าวมา สามารถน ามาวิเคราะห์และสรุป
ทองอันเนื่องมาจากพระราชด าริ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจาก ตามตัวชี้วัดเกี่ยวกับคุณลักษณะและเงื่อนไขการน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการ
พระราชด าริ และโครงการปลูกป่าชัยพัฒนา-แม่ฟ้าหลวง อันเนื่องมาจากพระราชด าริ นอกจากนี้ยังมี บริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินจนเป็นผลส าเร็จ ได้ดังนี้
โครงการพระราชด าริอื่นๆ ที่กรมพัฒนาที่ดินให้การสนับสนุน โดยการสาธิตส่งเสริมการอนุรักษ์ดินและน้ า 1) ด้ำนควำมพอประมำณ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2506 กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าด าเนินการ
และปรับปรุงบ ารุงดิน รักษาคุณภาพดินและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ 48 จังหวัดทั่วประเทศ อีกรวม ศึกษา ส ารวจ วิเคราะห์ จ าแนกที่ดิน จนทราบว่าพื้นที่ใดมีปัญหาคุณภาพดินเสื่อมโทรม ดินบริเวณไหนมี
147 โครงการ ความเหมาะสมที่จะปลูกพืชชนิดใด แล้วน าข้อมูลมาวางแผนการใช้ประโยชน์บริหารจัดการทรัพยากรดิน
3) กรมพัฒนาที่ดินได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ จากนั้นได้เข้าไปด าเนินการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และด าเนินการแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
ปี 2550 โดยจัดท าเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินขึ้นในพื้นที่ของหมอดินอาสา สถานีพัฒนา พอเพียงคือความพอประมาณ โดยการปรับปรุงพื้นที่การผลิตและแหล่งน้ าให้สมดุลเพียงพอ แนะน าส่งเสริม
ที่ดิน และศูนย์วิจัยของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 1,600 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อเป็น ให้ใช้เทคโนโลยีการจัดการดินที่มีความเสี่ยงต่ า เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ โดยเผยแพร่ความรู้รวมทั้งการ
จุดศึกษาดูงาน เป็นศูนย์เรียนรู้ในการพัฒนาที่ดินที่มีการปฏิบัติจริงในพื้นที่ ให้เกษตรกรได้เข้าศึกษาเรียนรู้ ให้บริการวัสดุปรับปรุงดินต่างๆ ผ่านเครือข่ายหมอดินอาสาที่มีอยู่ในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้การ
อย่างต่อเนื่อง มีจุดเรียนรู้ต่างๆ เช่น จุดเรียนรู้การท าปุ๋ยหมัก การไถกลบตอซัง การปรับรูปแปลงนา การ ท างานของกรมพัฒนาที่ดินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปรับปรุงบ ารุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด และน้ าหมักชีวภาพ เป็นต้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการน าไปปฏิบัติใน 2) ด้ำนควำมมีเหตุผล กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปด าเนินการวางแผนการใช้ที่ดิน โดยใช้
พื้นที่ของตนเองได้อย่างถูกต้อง พร้อมกับการแจกจ่ายเอกสารเผยแพร่องค์ความรู้ อาทิ คู่มือหมอดิน ดิน เทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ท าการก าหนดเขตการใช้ที่ดินระดับต าบลทั่วประเทศ และผลักดันให้
ส าหรับเยาวชน คู่มือหยุดเผาตอซังพืช คู่มือการผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ เอกสารค าแนะน าการใช้ประโยชน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับน าไปใช้เป็นแนวทางในการจัดท าแผนการใช้ที่ดินระดับต าบลแบบบูรณาการ
จากหญ้าแฝก ต้นแบบการจัดการขยะ และคู่มือการจัดการทรัพยากรดินในด้านต่างๆ อีกมากมาย สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมและความต้องการของชุมชน ท าให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสมบนหลักของ
6.1.14 ผลกำรด ำเนินงำน การมีเหตุผล และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินระดับต าบลอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับ
จากการที่กรมพัฒนาที่ดินได้น้อมน าแนวพระราชด าริเศรษฐกิจพอเพียงมาด าเนินการ ปัจจุบันเป็นช่วงที่ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 กรมฯ จึงต้องเร่ง
ตามภารกิจในด้านต่างๆ ตั้งแต่แผนพัฒนาฉบับที่ 8-11 ผลการด าเนินการดังกล่าว ท าให้พื้นที่เกษตรกรรม ด าเนินการปรับฐานข้อมูลดินให้เป็นปัจจุบัน และทันสมัย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนการใช้ที่ดิน
ของประเทศไทย ได้รับการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินไปแล้วหลายล้านไร่ โดยเฉพาะการวางแผนการผลิตพืชเศรษฐกิจรายชนิดสินค้าตามกรอบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2554) ก าหนด
66 สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

