Page 74 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 74
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
รุนแรงเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมโลก ดังนั้น จึงต้องมีการปรับแนวทางและวิธี
ท างานด้านอนุรักษ์ดินและน้ า ให้สามารถด าเนินการได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยการดึงองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ และผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในทุกระดับเข้ามามีส่วนร่วม
และต้องให้ความส าคัญกับงานวิจัยด้านการจัดการความเสื่อมโทรมของที่ดินทุกสาขาอีกด้วย
6.1.5 ด้ำนกำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยีเพื่อกำรพัฒนำที่ดิน
กรมพัฒนาที่ดินได้ท าการศึกษาค้นคว้าวิจัยหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อจัดการดินมีปัญหา
ต่างๆ ให้มีความเหมาะสมต่อการเกษตรกรรมมาโดยล าดับ ปัจจุบันกรมพัฒนาที่ดินได้แบ่งสาขาการวิจัยเป็น
6 สาขา มีโครงการวิจัยที่ได้ด าเนินการจนเป็นผลส าเร็จแล้วจ านวน 3,009 โครงการ สามารถน ามา
ประยุกต์ใช้เผยแพร่และขยายผลสู่เกษตรกรให้เกิดผลในทางปฏิบัติในพื้นที่ ดังนี้
1) สาขาอนุรักษ์ดินและน้ า
แนะน าส่งเสริมการปลูกพืชตามแนวระดับ ปลูกพืชสลับ ปลูกพืชคลุมดิน และปลูกพืช
หมุนเวียนเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและการสูญเสียหน้าดิน รวมทั้งการจัดการดินบนพื้นที่สูง
พื้นที่ดอน โดยใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ทั้งวิธีกลและวิธีพืชที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันการ
กร่อนของดิน ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ และแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินและน้ า โดยเฉพาะ
วิธีพืช ได้มีการคัดเลือกพันธุ์หญ้าแฝกที่มีลักษณะเด่นในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ า รวมถึงการศึกษาความ
เหมาะสม ความทนทาน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในแต่ละภูมิภาค และในสภาพพื้นที่แบบต่างๆ ทั้งที่ลุ่ม ที่
ดอน และที่สูง การศึกษาผลของหญ้าแฝกต่อการกักเก็บน้ าและความชื้นในดิน เพื่อเป็นแนวทางการผลิตพืช
ในสภาพแห้งแล้งและขาดแคลนน้ า โดยไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตพืชหลัก การเจริญเติบโต
ของหญ้าแฝกในสภาพพื้นที่ดินมีปัญหา อาทิ ดินเปรี้ยวจัด คือ พันธุ์สุราษฎร์ธานี ศรีลังกา และ
ประจวบคีรีขันธ์ ดินเค็ม คือ พันธุ์ก าแพงเพชร 2 ศรีลังกา ประจวบคีรีขันธ์ และพันธุ์ก าแพงเพชร 1 รวมถึง
การประยุกต์ใช้หญ้าแฝกในการบ าบัดน้ าเสีย ลดปัญหามลภาวะสารพิษจากกองขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม
(กรมพัฒนาที่ดิน, 2556ก)
2) สาขาปรับปรุงบ ารุงดิน
(1) การฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาดินเค็ม สามารถท าให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ตามความ
เหมาะสมของระดับความเค็มที่เกิดขึ้นในไร่นา และสามารถลดระดับความรุนแรงของปัญหาดินเค็มลงได้
โดยจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ด าเนินการ 2 ด้าน คือ
(1.1) ให้ค าแนะน าส่งเสริมการป้องกันการเกิดการแพร่กระจายดินเค็ม โดยการ
ปลูกไม้โตเร็วที่ใช้น้ ามาก เพื่อลดระดับน้ าใต้ดิน พื้นที่ดินเค็มชายทะเล ท าการล้างดิน สร้างคูคลองระบายน้ า
และสร้างแนวป้องกันน้ าเค็ม
(1.2) ให้ค าแนะน าส่งเสริมการใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มน้อยและเค็มปานกลาง
โดยการจัดการดิน น้ า และพืช เช่น ปรับปรุงดินเค็มที่มีปัญหาด้านความอุดมสมบูรณ์ต่ า และสูญเสียความชื้น
ได้ง่าย ด้วยการใช้วัสดุปรับปรุงดิน เช่น ปุ๋ยหมัก แกลบ ปุ๋ยพืชสดโดยเฉพาะ โสนอัฟริกัน ใช้พันธุ์พืชทนเค็ม
เช่น พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ทนเค็มได้ปานกลาง ส่วนพื้นที่ดินเค็มจัด แนะน าส่งเสริมให้มีการใช้
ประโยชน์พื้นที่ด้วยการปลูกพืชทนเค็ม เช่น อะคาเซีย หญ้าทนเค็มชนิดต่างๆ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม พืชที่
ปลูกสามารถน ามาเป็นไม้ใช้สอย และเป็นพืชอาหารสัตว์ เป็นต้น
(2) การจัดการพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ในการท านาปลูกข้าว แต่ให้
ผลผลิตข้าวต่ าถึงต่ ามาก เพียง 200-300 กิโลกรัมต่อไร่ กรมพัฒนาที่ดินได้ท าการศึกษาวิจัย พบว่า สามารถ
สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย 59
กรมพัฒนาที่ดิน

