Page 80 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 80

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                  ให้ซึมลงใต้ดินอย่างช้าๆ ท าให้เกิดความชื้นที่พืชสามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งช่วยไม่ให้น้ าไหลบ่าไป
                  กัดเซาะดินในพื้นที่ตอนล่างก่อให้เกิดความเสียหาย นับเป็นการคุ้มครองที่ดินให้สามารถน าไปใช้ประโยชน์

                  ได้อย่างยั่งยืนอีกแนวทางหนึ่ง
                           6.1.11 ด้ำนกำรบังคับใช้กฎหมำย
                             การด าเนินการด้านกฎหมายตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ได้มีการแต่งตั้ง
                  คณะกรรมการพัฒนาที่ดิน คณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดิน และออกระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือ
                  เงื่อนไขเกี่ยวกับการวิเคราะห์ตรวจสอบตัวอย่างดินเป็นการเฉพาะราย การบริการแผนที่หรือข้อมูลทาง

                  แผนที่เฉพาะราย และการปรับปรุงดิน หรือที่ดิน หรือการอนุรักษ์ดินและน้ าเป็นการเฉพาะราย จาก
                  พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14 บัญญัติว่า “ ในกรณีที่ปรากฏว่าพื้นที่ใดมีการใช้หรือท า
                  ให้เกิดการปนเปื้อนของสารเคมี หรือวัตถุอื่นใดที่จะท าให้ที่ดินเกิดความเสื่อมโทรมต่อการใช้ประโยชน์ทาง

                  การเกษตร ให้รัฐมนตรีโดยค าแนะน าของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน มีอ านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                  ควบคุมการใช้ที่ดินบริเวณนั้นและให้มีแผนที่แนบท้ายประกาศด้วย แผนที่ดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งแห่ง
                  ประกาศกรณีมีการปนเปื้อนเกิดขึ้น ให้ผู้กระท าการปนเปื้อนด าเนินการปรับปรุงที่ดินให้คืนสู่สภาพเดิมหรือ
                  ชดเชยค่าเสียหายให้แก่รัฐหรือผู้ที่ได้รับความเสียหาย” เช่น การปล่อยน้ าเสียจากโรงงานลงสู่พื้นที่ท า

                  การเกษตร หรือการท ากิจกรรมใดๆ ที่ท าให้พื้นที่เกษตรกรรมมีความเค็มเพิ่มขึ้นและมีผลกระทบต่อพืชที่
                  ปลูก การท าให้พื้นที่เพาะปลูกปนเปื้อนด้วยสารเคมีหรือโลหะหนักแล้วมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของ
                  ประชาชน เป็นต้น (กรมพัฒนาที่ดิน, 2551)


                           6.1.12 ด้ำนกำรพัฒนำที่ดินเพื่อกำรเกษตรบนพื้นที่สูงภำคเหนือ
                                  เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับธนาคารโลกและองค์การ
                  อาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ใน พ.ศ. 2519 เพื่อป้องกันการท าลายป่า ตลอดจนจัดหมู่บ้านป่าไม้ใน
                  ภาคเหนือของประเทศไทยโดยการพัฒนาการเกษตรให้ราษฎรมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น มีวัตถุประสงค์ของ

                  โครงการ ดังนี้
                                  1) เพื่อยกระดับมาตรฐานของการครองชีพของราษฎรชนบทที่ยากจนให้สูงขึ้น โดย
                  ปรับปรุงและสร้างความมั่นคงของรายได้ให้ครอบครัวที่มีที่ดินไม่เพียงพอ หรือไม่มีที่ท ากิน มีที่อยู่อาศัยบนที่

                  ราบต่ า
                                  2) เพื่อเพิ่มพูนผลิตผลทางการเกษตร และปรับปรุงการใช้ประโยชน์ของที่ดินบนพื้นที่
                  ดอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อันเป็นการยับยั้งการท าไร่เลื่อนลอย และการเพาะปลูกตามประเพณีโบราณมา
                  เป็นการเกษตรแผนใหม่ เพื่อใช้พื้นที่ดินประกอบการเกษตรกรรมอย่างมั่นคงถาวร และได้ผลผลิตเต็มเม็ด
                  เต็มหน่วย

                                  3) เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากร ดิน น้ า และป่าไม้ ตลอดจนสาธิต และส่งเสริมการจัดระบบ
                  การปลูกพืชบนพื้นที่เกษตรกรรมแบบอาศัยน้ าฝน ซึ่งจะเป็นแบบอย่างในการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ที่เหมาะสมใน
                  การประกอบอาชีพเกษตรกรรมทั่วภาคเหนือ

                                  4) พื้นที่ด าเนินการอยู่ในท้องที่ 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดน่าน แพร่
                  พะเยา ล าปาง เชียงราย เชียงใหม่ และล าพูน โดยการจัดท าระบบอนุรักษ์ดินและน้ าเพื่อการเกษตรที่สูง
                  โครงการขยายผลโครงการหลวง และโครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นอย่าง
                  ยั่งยืน การด าเนินโครงการมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนจนมาถึงปัจจุบัน มีกิจกรรมต่างๆ ช่วยงานในมูลนิธิ




                                               สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย                  65
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   75   76   77   78   79   80   81   82   83   84   85