Page 66 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 66

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน






                                                 (ก)                                            (ข)



















            ภาพที่ 4.11 อาการเป็นพิษของเหล็กในข้าวที่เรียกว่าบรอนซิง (bronzing) (ก) การเจริญเติบโตของข้าวในดินที่มี
                      ปริมาณเหล็กสูง (ข)


                          5) ความเป็นพิษของไฮโดรเจนซัลไฟด์ (hydrogen sulfide toxicity) เมื่อดินเปรี้ยวจัดอยู่ใน
            สภาพน้ำขังจะทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) และกรดอินทรีย์ต่างๆ ในสารละลายดินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้

            เนื่องจากในสภาพน้ำขังก่อให้เกิดปฏิกิริยารีดักชันของซัลเฟต ได้เป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์ (สมการ (4.3)) ซึ่งจะไปลด
            ความสามารถของรากข้าวที่จะเปลี่ยนเฟอรัสไอออนเป็นเฟอริกไอออน ดังนั้น จึงทำให้มีเฟอรัสไอออนมากจนเป็น
            พิษกับรากพืชได้ พิษโดยตรงของไฮโดรเจนซัลไฟด์จะทำให้พืชมีอาการผิดปกติ คือ มีลักษณะเป็นจุดที่ใบข้าว ใบล่าง
            จะตายเร็วกว่าปกติ และรากเน่า (ทัศนีย์, 2550)


                   SO4  + 10H + 8e -         H2S + 4H2O                                           (4.3)
                      2-
                              +

                           ถ้าการขังน้ำดำเนินต่อไปโดยที่ยังคงมีซัลเฟตอยู่ในดิน จะทำให้ความเข้มข้นของ

            ไฮโดรเจนซัลไฟด์เพิ่มสูงขึ้น จนเกินระดับที่พืชจะทนได้ พืชจึงแสดงอาการเป็นพิษออกมา ความเป็นพิษของ
            ไฮโดรเจนซัลไฟด์มีผลต่อระบบรากของข้าว เนื่องจากไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นตัวลดความสามารถในการออกซิไดซ์
            ของรากข้าว ข้าวจึงต้านทานความเป็นพิษของเหล็กได้น้อยลง ทำให้ข้าวดูดเหล็กขึ้นไปสะสมไว้ที่ส่วนยอดของข้าว
            มากขึ้นและเพิ่มความรุนแรงของความเป็นพิษของเหล็ก เมื่อปลูกข้าวในสารละลายที่มีไฮโดรเจนซัลไฟด์เพียง 0.07

            มิลลิกรัมต่อลิตร ก็เป็นพิษต่อข้าว ปัญหานี้มักพบในดินอินทรีย์เพราะดินนี้ปกติมีเหล็กต่ำ จึงมีเหล็กไม่เพียงพอที่จะ
            ตกตะกอนกับไฮโดรเจนซัลไฟด์ แต่ในดินทั่วๆ ไปแล้วมักไม่ค่อยพบปัญหานี้ เนื่องจากในดินมีเหล็กพอที่จะทำ
            ปฏิกิริยาตกตะกอนกับไฮโดรเจนซัลไฟด์ (ทัศนีย์, 2550)
                          6) การขาดแคลนฟอสฟอรัส (phophorus deficiency) ดินเปรี้ยวจัดมีฟอสฟอรัสที่เป็น

            ประโยชน์ต่อพืชในระดับที่ต่ำมาก เนื่องจากกระบวนการตรึงฟอสฟอรัสในดิน โดยสารประกอบฟอสเฟสต่างๆ ทั้ง
            ในสภาพธรรมชาติและจากปุ๋ยที่ใส่ลงไปในดินเข้าทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุและสารประกอบต่างๆ ในดินเปลี่ยนจากรูป
            ประโยชน์ต่อพืชไปเป็นรูปที่ไม่ละลายน้ำและเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดินเปรี้ยวจัดที่มี
            ไอออนของอะลูมินัม (Al ) และเฟอรัส (Fe ) ละลายออกมามาก ฟอสฟอรัสจึงทำปฏิกิริยากับแคตไอออนเหล่านี้
                                                2+
                                3+






              54       สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71