Page 63 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 63
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
จากการศึกษาของไพบูลย์และลัดดาวรรณ (2530) ถึงระดับความเป็นพิษของแมงกานีสในชุดดินรังสิตกรด
จัด ที่สถานีทดลองข้าวคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พบว่า ข้าวให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับแมงกานีสไม่เกิน 1,500
มิลลิกรัมต่อลิตร โดยแมงกานีสในระดับที่สูงกว่า 1,500 มิลลิกรัมต่อลิตร ทำให้ผลผลิตและการเจริญเติบโตของข้าว
ลดลง ข้าวที่ได้รับความเป็นพิษจากแมงกานีสมีอาการลำต้นแคระแกร็น แตกกอลดลง แผ่นใบและกาบใบเป็นจุดสี
น้ำตาล (ภาพที่ 4.8) (นงคราญ, 2557) แต่ในสภาพทั่วๆ ไปแล้ว ความเป็นพิษของแมงกานีสต่อข้าวจะมีโอกาส
เกิดขึ้นได้น้อยมาก ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะในดินทั่วๆ ไปแล้วมักจะมีอยู่ไม่มากจนก่อให้เกิดอันตรายต่อพืช และใน
ดินเปรี้ยวจัดที่มีแมงกานีสไม่สูงก็มีรายงานว่า การใส่แมงกานีสไดออกไซด์จะช่วยลดความเป็นพิษของเหล็กและ
อะลูมินัมได้ โดยช่วยชะลอการเกิดรีดักชันของซัลเฟตไอออน ช่วยทำให้พีเอชสูงขึ้นเล็กน้อย ลดเหล็กและอะลูมินัม
ในสารละลายดิน (Attanandana and Vacharotayan, 1986)
(ก) (ข)
ภาพที่ 4.8 อาการเป็นพิษของแมงกานีสในใบข้าว (ก) ภาพขยายของใบข้าว (ข)
ที่มา: Takagi et al. (2021)
4) ความเป็นพิษของเหล็ก (iron toxicity) ธาตุเหล็ก (Fe) พบเป็นสารประกอบจำนวนมากในดิน
กรดเขตร้อนชื้น และมีสมบัติทางเคมีใกล้เคียงกับธาตุแมงกานีส กล่าวคือ เมื่อพีเอชของดินสูงกว่า 6.0 เหล็กจะ
เปลี่ยนไปอยู่ในรูปที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพืช แต่เมื่อพีเอชของดินลดลง เหล็กสามารถละลายน้ำออกมาเป็นประโยชน์
ต่อพืชได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงพีเอชที่ต่ำกว่า 5.0 ความเข้มข้นของเหล็กในสารละลายดินจะเพิ่มขึ้นสูงมากกว่า
ช่วงพีเอชที่อยู่ระดับสูงกว่า 5.0 หลายเท่าตัว (ภาพที่ 4.9) เช่นเดียวกับแมงกานีส ดังนั้น ในดินที่มีเหล็กเป็น
องค์ประกอบในระดับสูงมาก การทำให้เหล็กเหล่านั้นอยู่ในรูปที่แลกเปลี่ยนได้และละลายได้จะเป็นอันตรายแก่พืชที่
ปลูกได้เช่นเดียวกับธาตุแมงกานีส
ในดินเปรี้ยวจัดที่มีน้ำขังและมีอินทรียวัตถุสูง มักพบว่าเหล็กในดินที่อยู่ในรูปของเฟอริกไฮดรอกไซด์
จะถูกรีดิวซ์ไปอยู่ในรูปเฟอรัสไอออน ดังสมการ 4.2
2+
Fe (OH) 3 + ¼CH2O + 2H + Fe +¼CO2 +¼H2O (4.2)
สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย 51
กรมพัฒนาที่ดิน

