Page 54 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 54
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ภาพที่ 4.8 พืชชอบเกลืออื่น ๆ ที่มีโครงสร้างเซลล์พิเศษในการดักจับเกลือโซเดียมคลอไรด์: ก) Suaeda salsa
ข) Sesuvium portulacastrum ค) Arthrocnemum indicum และ ง) Tecticornia indica
ที่มา: ดัดแปลงจาก Nouri et al. (2017)
การศึกษาการทนเค็มของพืชได้ดำเนินการในพืชพรรณหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ สามารถทนเค็มได้
ถึง 3.0 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร ข้าวบางสายพันธุ์และมัสตาร์ดสามารถทนเค็มได้สูงสุด 10-12 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร
อ้อยโรงงานสามารถปลูกในดินที่มีผลกระทบจากเกลือชายทะเลได้แต่ผลผลิตลดลง (Mukhopadhyay et al.,
2021) บีทรูทและหน่อไม้ฝรั่งสามารถทนเค็มได้ถึง 4 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร (Machado and Serralheiro, 2017)
Wibowo et al. (2017) ทดสอบการเจริญเติบโตของไม้ยืนต้น (ภาพที่ 4.9) ได้แก่ มะขามป้อม (Emblica
officinalis) มะม่วงหาวมะนาวโห่ (Carissa carandus) พุทรา (Ziziphus mauritiana) หว้า (Syzygium
cuminii) และฝรั่ง (Psidium guajava) ที่ปลูกในดินเค็ม (ตั้งแต่ 8-20 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร) และเปรียบเทียบ
ผลการเจริญเติบโตของพืชเหล่านี้ที่ปลูกในหลุม 2 แบบ คือ แบบหลุมเล็กขนาด 0.73 ลูกบาศก์เมตร และหลุม
ที่ขุดเจาะด้วยออเกอร์ลึก 1 เมตร ร่วมกับการให้ยิปซัมอัตรา 10-20 และอัตรา 5-10 กิโลกรัมต่อหลุม
ตามลำดับ พบว่าอัตราการรอดชีวิตและการเจริญเติบโตของพืชไม่แตกต่างกัน หลังจากนั้นสองปีทดลองปลูกไม้
ยืนต้น ทนเค็มประเภทอื่น ๆ เช่น กระถินออสเตรเลีย (Acacia nilotica, Acacia tortilis และ Acacia
farnesiana) สะเดา (Azadirechta indica) และยูคาลิปตัส (Eucalyptus tereticornis) โดยให้น้ำในวิธีที่
แตกต่างกัน พบว่าไม้ยืนต้นแปลงที่มีการให้น้ำแบบท่วมแปลง (furrow) สามารถเจริญเติบโตได้ดีกว่าการให้น้ำ
แบบบนร่องแปลง (ridge-trench) แบบใต้ดินแปลง (subsurface)
40 สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

