Page 51 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 51

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



                               นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาระบบระบายเกลือแบบแนวดิ่ง (vertical drainage) ในดินที่มี
                  ผลกระทบจากเกลือที่มีสาเหตุมาจากการนำน้ำเค็มจากน้ำบาดาลขึ้นมาใช้มากเกินไปในประเทศอินเดียและ

                  ปากีสถาน โดยหลักการทำงานของระบบนี้คือ  การลดระดับน้ำใต้ดินในระดับตื้น  (shallow groundwater)
                  ให้ได้มากที่สุดด้วยการดึงน้ำเค็มจากน้ำบาดาลระดับลึกด้วยปั๊มแรงดัน  (tube well) ขึ้นมาสู่ระบบระบายเกลือ
                  บนผิวดิน แล้วระบายออกสู่แหล่งเก็บน้ำเค็มขนาดใหญ่หรือมหาสมุทร  (ภาพที่ 4.5) วิธีการนี้เคยศึกษาในพื้นที่ที่

                  มีความเค็มของดินที่มีค่าการนำไฟฟ้าตั้งแต่  1.3-18.6 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร  พบว่าสามารถลดระดับน้ำใต้ดินลงได้
                  20-35 เซนติเมตร และสามารถกำจัดเกลือออกไปจากพื้นที่ได้ประมาณ  50 ตันต่อปี ทั้งยังทำให้พืชทดลอง  เช่น
                  ข้าวและอ้อยโรงงาน  เป็นต้น  มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นร้อยละ  20 และ 28 ตามลำดับอีกด้วย  (Chieng, 2006;
                  Dash et al., 2005)


















                  ภาพที่ 4.5 ระบบระบายเกลือแนวดิ่ง
                  ที่มา: ดัดแปลงจาก Chieng (2006)

                         4.1.4 การจัดการน้ำใต้ดิน
                                การเกิดเกลือในเขตแห้งแล้งมีสาเหตุมาจากการเกิดรอยแตก  (faults) ของหินวัตถุต้นกำเนิด

                  (parent material) ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณรอยต่อที่มีการซ้อนทับของแผ่นหิน ทำให้เกิดการแทรกซึม
                  (seepage zone) ของเกลือเข้าสู่ระบบน้ำใต้ดิน  (water table) ด้วยเหตุนี้ เมื่อนำน้ำเค็มขึ้นมาใช้จึงทำให้เกิด
                  การสะสมของเกลือในดิน  (Morgan et al., 2006) Mondal et al. (2008) พบว่าวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพใน
                  การจัดการคุณภาพน้ำบาดาลที่เป็นน้ำเค็มคือการสร้างธนาคารน้ำใต้ดิน (artificial recharge structure)

                  (ภาพที่ 4.6) ซึ่งสอดคล้องกับ  Mukhopadhyay  et al. (2021) ที่ศึกษาการชะล้างเกลือจากการสร้างบ่อเก็บน้ำ
                  ใต้ดินเทียม  (artificial water storage) เพื่อกักเก็บน้ำฝน  ซึ่งช่วยลดปริมาณความเค็มของน้ำใต้ดินก่อนที่จะ
                  เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นดินบนบริเวณรากพืช  จากการศึกษาพบว่า สามารถลดการสะสมเกลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                  โดยสามารถลดค่าความนำไฟฟ้าในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มน้อยได้มากถึง  90 เปอร์เซ็นต์ หาก

                  พื้นที่เป็นดินด่าง วิธีการนี้ช่วยลดความเข้มข้นของด่างลงได้อย่างมาก  (5 มิลลิอิควิวาเลนต์ต่อลิตร)  และสามารถ
                  ลดความเสียหายของผลผลิตพืชได้มากถึง  40 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามวิธีการดังกล่าวทำให้ระดับน้ำใต้ดิน
                  ยกตัวสูงขึ้นในหลายพื้นที่ศึกษา (Mukhopadhyay  et al., 2021)

                                การใช้มาตรการปลูกไม้ยืนต้นร่วมกับวิธีทางวิศวกรรมถูกออกแบบมาเพื่อลดระดับน้ำใต้ดินใน
                  บริเวณดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  พืชที่ใช้น้ำมากสามารถปลูกหรือคงไว้เพื่อลดระดับน้ำใต้ดินและช่วยชะลอ
                  ความเร็วน้ำในขณะที่ไหลผ่านชั้นดิน  การใช้มาตรการนี้ควรพิจารณาลักษณะสภาพพื้นที่ก่อนดำเนินการตาม
                  มาตรการ (ภาพที่ 4.6) (Clifton et al., 1999; Queensland Government, 2018) ดังนี้

                                1) การดูแลรักษาพืชพรรณเดิมที่ขึ้นปกคลุม  เป็นขั้นตอนแรกที่ควรพิจารณาในการจัดการพื้น
                  ที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  เนื่องจากก่อให้เกิดประโยชน์มากมายจากการเก็บรักษาหรือการปลูกพืชใหม่  ได้แก่

                                                        สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย           37
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56