Page 26 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 26

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



                                                                                                       12
                                                                                                       (3)




                       หายใจของสาหร่ายทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซนี้ถูกเปลี่ยนเป็นกรดคาร์บอนิก
                       (H CO ) ซึ่งทำให้หินและแร่ผุพังสลายตัว โดยสาหร่ายเหล่านี้มักอยู่ร่วมกับรา ซึ่งเรียกรวมกันว่า
                         2
                            3
                       ไลเคนส์ นอกจากนี้ สาหร่ายยังมีบทบาทในการส่งเสริมการสร้างโครงสร้างและป้องกันการเกิดการ
                       กัดกร่อน (erosion) ของดิน โดยสาหร่ายเจริญปกคลุมผิวหน้าดิน ทำให้ดินมีโครงสร้างดีขึ้นและลด

                       การเกิดการกัดกร่อน รวมทั้งมีบทบาทในการตรึงไนโตรเจน เช่น สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินสกุล

                       Anabaena,Calothrix, Nostocและ Tolypothrix เป็นต้น โดยจะตรึงไนโตรเจนเพื่อใช้เป็น
                       องค์ประกอบของเซลล์และปลดปล่อยสู่ดินเมื่อเซลล์เหล่านั้นตายลง

                                     - ไวรัส (virus) เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่มีโครงสร้างและองค์ประกอบของเซลล์ ต้องอาศัย

                       อยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อดำรงชีวิตและเพิ่มจำนวน จึงจัดเป็นปรสิตในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
                       (obligate intracellular parasite) ไวรัสมีหลายประเภท สามารถแบ่งได้ตามชนิดของโฮสต์ (host)

                       ได้แก่ ไวรัสทำลายพืช เช่น ไวรัสที่ทำให้เป็นโรคใบม้วนในมะเขือเทศและโรคใบด่างของยาสูบ

                       (tobacco mosaic) ไวรัสทำลายสัตว์ เช่น ไวรัสที่ทำให้สัตว์เป็นโรคปากและเท้าเปื่อย ไวรัสทำลาย
                       แบคทีเรีย (Bacteriophage) เช่น Bacillus, Agrobacterium, Azotobacter, Mycobacterium,

                       Nitrobacter, Pseudomnas, Xanthomonas และ Streptomyces ไวรัสทำลายราชนิดต่างๆ เช่น
                       Aspergillus, Cephalosporium และ Boletus ไวรัสที่ทำลายสาหร่าย เช่น Anabaena,

                       Oscillatoria และ Microcystis

                                     - โปรโตซัว (protozoa) เป็นสัตว์เซลล์เดียวไม่มีผนังเซลล์ ส่วนใหญ่เพิ่มจำนวนโดย
                       ไม่อาศัยเพศแบบ binary fission ยกเว้นบางชนิดที่เพิ่มจำนวนโดยอาศัยเพศ วงจรชีวิตมี 2 ระยะคือ

                       active phase เป็นระยะที่มีการเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวน และ cyst stage เป็นระยะที่สร้าง
                       ผนังหนาห่อหุ้มเซลล์ (cyst) ทำให้ทนต่อสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมได้ดี ปริมาณโปรโตซัวที่พบ

                                                   5
                                                4
                       โดยทั่วไปในดินมีประมาณ 10 -10 CFU ต่อกรัมดินแห้ง ทั้งนี้ สามารถจำแนกโปรโตซัว ออกเป็น 3
                       ชนิด ตามชนิดของแหล่งอาหาร ได้แก่ Photosynthetic protozoa ซึ่งได้รับอาหารจากการ
                       สังเคราะห์แสง ส่วน Saprozoic protozoa จะใช้สารประกอบอินทรีย์หรืออนินทรีย์ที่ละลายน้ำได้

                       เป็นแหล่งอาหาร และ Holozoic protozoa ซึ่งได้รับอาหารจากการเข้าทำลายจุลินทรีย์อื่นๆ

                       โดยเฉพาะแบคทีเรียในสกุล Aerobacter, Bacillus, Agrobacterium, Escherichia, Micrococcus
                       และ Pseudomonas โดยโปรโตซัวมีบทบาทที่สำคัญในดิน คือ ช่วยรักษาดุลยภาพของจุลินทรีย์ดิน

                       โดย holozoic protozoa ซึ่งได้รับอาหารจากการเข้าทำลายจุลินทรีย์อื่นๆ ทำให้เกิดการควบคุม
                       ปริมาณจุลินทรีย์ในดิน ในขณะที่ saprozoic protozoa ซึ่งใช้สารอินทรีย์เป็นแหล่งอาหาร จะมี

                       บทบาทในการย่อยสลายอินทรียสารและอินทรียวัตถุในดิน (อัจฉรา, 2549)
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31