Page 22 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 22

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                         8




                                     สัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในดินมีบทบาทอย่างต่อเนื่องต่อระบบนิเวศในดิน (soil
                       ecosystems) โดยมีกิจกรรมที่ส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดังนี้

                                     1. เป็นผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ (decomposition of organic matter) กระบวนการ
                       ย่อยสลายสารอินทรีย์เกิดขึ้นจากแบคทีเรียและเชื้อรา แต่อย่างไรก็ตามการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์

                       ที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยสัตว์ในดินขนาดใหญ่กว่าจุลินทรีย์เพื่อเป็น

                       ตัวช่วยเร่งการแตกสลายของวัตถุขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง เช่น ปลวก (จารุณี และยุพาพร, 2547)
                                     2. ช่วยในการหมุนเวียนแร่ธาตุในดิน (nutrient cycling) กระบวนการหมุนเวียนแร่

                       ธาตุในดินมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุ ซึ่งในกระบวนการย่อยสลาย

                       อินทรียวัตถุนี้ จุลินทรีย์ คือ ตัวการที่สำคัญที่สุดในกระบวนการย่อยสลาย แต่อัตราการย่อยสลาย
                       ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงขนาดวัตถุ โดยสัตว์ขนาดเล็กและขนาดกลางในดิน เช่น โปรโตซัว ไส้เดือน

                       ฝอย เป็นต้น สัตว์เหล่านี้มีส่วนร่วมในกระบวนการย่อยสลาย โดยการกินซากอินทรียวัตถุขนาดใหญ่

                       ผ่านลงไปในกระเพาะอาหารและขับถ่ายออกมา รากพืชก็จะสามารถดูดเอาแร่ธาตุไปใช้ประโยชน์ได้
                       (ชุตินันท์ และคณะ, 2549)

                                     3. ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน (improve soil structure) ปลวก ไส้เดือน มด หรือ
                       สัตว์ในดินขนาดเล็กและซากพืชในดิน เป็นตัวช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดิน เนื่องจากมีการ

                       เคลื่อนย้ายในดินและมีการปรับปรุงดิน เช่น มด ปลวก สร้างรังและอุโมงค์ทางเดินในดิน ทำให้

                       อินทรียวัตถุจากดินชั้นบนเคลื่อนย้ายลงสู่ดินชั้นล่างได้ง่ายขึ้น ทำให้ดินเกิดช่องว่างให้สัตว์ขนาดเล็ก
                       และจุลินทรีย์ ซึ่งปกติแล้วไม่สามารถเคลื่อนย้ายลงสู่ดินลึกได้ เนื่องจากไม่สามารถชอนไชลงไป

                       สามารถเคลื่อนย้ายลงสู่ดินลึกได้ นอกจากนี้ช่องว่างในดิน ทำให้น้ำ อากาศ สามารถซึมและไหลไป
                       ตามช่องว่างในดิน เพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ดินมีสภาพเหมาะสมต่อการดำรงอยู่ของสัตว์ในดินมาก

                       ยิ่งขึ้น สิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติในการช่วยปรับปรุงดินเหล่านี้จึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นวิศวกรระบบนิเวศ

                       ของดิน (soil ecosystem engineer) เช่น ปลวก ไส้เดือน และมด เป็นต้น (Jones et al., 1994)
                                     4. ช่วยควบคุมแมลงศัตรูและเชื้อโรคในดิน (biological control) ในสภาพ

                       ธรรมชาติแมลงศัตรูพืชและเชื้อโรคในดิน มีบทบาทสำคัญยิ่งในการควบคุมสมดุลของประชากร

                       สิ่งมีชีวิตในดิน อย่างไรก็ตามในพื้นที่ทำการเกษตรทั่วไป จะพบการระบาดของศัตรูพืชได้อยู่เสมอ โดย
                       เพราะในพื้นที่ที่มีความหลากชนิดของพืชต่ำ นอกจากนี้ การควบคุมประชากรของแมลงศัตรูพืช อาจมี

                       ปัจจัยที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ในดินชนิดอื่น เช่น การใช้สารฆ่าแมลงศัตรูพืช อาจส่งผลให้สัตว์ที่
                       เป็นตัวห้ำในดินหรือสัตว์ที่กินแมลงหรือเชื้อราในดินลดลงด้วย ซึ่งจะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ใน

                       ดินอีกหลายชนิด (สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช, 2552)
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27