Page 28 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 28

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                        14




                                     สารประกอบอินทรีย์ที่มีอยู่ในพืช เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์แสง โดยเปลี่ยน
                       พลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานเคมีที่อยู่ในรูปสารอินทรีย์โดยนำเอาธาตุอาหารจากอากาศและ

                       ดินมาใช้ (Brown, 1987) เมื่อพืชเหล่านั้นตายลงหรือร่วงหล่นกลายเป็นเศษซากพืชตกลงสู่ดิน จะเกิด
                       การย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวัตถุในดิน โดยในกระบวนการย่อยสลายนั้น ผู้ย่อยสลายจะใช้เศษ

                       ซากพืชเป็นแหล่งอาหารและพลังงาน โดยส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในกระบวนการเมทาบอลิซึม บางส่วน

                       ถูกนำไปใช้ในกระบวนการเจริญเติบโต และส่วนที่เหลือจะกลายเป็นแร่ธาตุกลับคืนสู่ดิน (สนธยา,
                       2547) ทั้งนี้ ในกระบวนการย่อยสลายเศษซากพืชให้กลายเป็นอินทรียวัตถุเกิดขึ้นจากกิจกรรมของ

                       สิ่งมีชีวิตในดินและจุลินทรีย์ดิน โดยสิ่งมีชีวิตในดินและจุลินทรีย์ดินเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญในการ
                       เปลี่ยนแปลงของไนโตรเจนและธาตุอาหารอื่นๆในดิน (Raun et al., 2002)



                       ระบบการปลูกพืชต่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน


                                     ระบบการปลูกพืช (cropping system) หมายถึง วิธีการปลูกพืชต่างๆ ทั้งชนิดเดียว

                       หรือหลายชนิดลงบนพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง โดยมีการจัดการที่แตกต่างกันเข้ามาเป็นองค์ประกอบของ

                       ระบบ ซึ่งเกษตรกรจะได้รับผลผลิตในพื้นที่จากพืชที่ปลูกเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากปัจจัยการผลิตที่
                       มีอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้น (วินิจ, 2544) ระบบการปลูกพืชสามารถแบ่งออกได้เป็น 2

                       ประเภท คือ

                                     1.การปลูกพืชชนิดเดียวหรือการปลูกพืชเชิงเดี่ยว (mono cropping หรือ
                       monoculture) หมายถึงการปลูกพืชชนิดเดียวในอัตราปลูกปกติโดยไม่มีพืชอื่นแซม เป็นการปลูกพืช

                       ชนิดเดียวกันหลายครั้งต่อเนื่องกันในพื้นที่หนึ่งผลผลิตที่ได้จะมาจากพืชชนิดใดชนิดหนึ่งที่ปลูกในแต่
                       ละรอบปลูก (อัจฉรา, 2536)

                                     2. การปลูกพืชหลายชนิด (multiple cropping) หมายถึง การปลูกพืชมากกว่า 1

                       ชนิดขึ้นไปในพื้นที่เดียวกันในรอบปี (อัจฉรา, 2536) ซึ่งการปลูกพืชหลายชนิดสามารถทำไดหลายวิธี
                       ได้แก่

                                         2.1 การปลูกพืชตามลำดับ (sequential cropping) เป็นการปลูกพืชตั้งแต่ 2
                       ชนิดขึ้นไปในพื้นที่เดียวกันในรอบปี การปลูกพืชชนิดที่ 2 จะเริ่มเมื่อพืชชนิดแรกเก็บเกี่ยวแลว ดังนั้น

                       ในระยะเวลาหนึ่งจะมีพืชเพียงชนิดเดียวเท่านั้น การปลูกพืชตามลำดับจึงคล้ายกับการปลูกพืชเดียวแต่

                       พืชที่ปลูกมีหลายชนิด การปลูกพืชด้วยวิธีนี้มีข้อดี คือ สามารถควบคุมการระบาดของศัตรูพืชได้ดี
                                         2.2 การปลูกพืชคาบเกี่ยว (relay cropping) เป็นการปลูกพืชชนิดหนึ่งใน

                       ระหว่างแถวของอีกพืชหนึ่งขณะที่พืชชนิดแรกยังไมเก็บเกี่ยวโดยปลูกพืชชนิดที่ 2 หลังจากที่พืชชนิด
                       แรกเติบโตถึงระยะสืบพันธุแลว มีวัตถุประสงค์เพื่อลดระยะเวลาให้พอเหมาะกับฤดูปลูก
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33