Page 31 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 31
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
17
4
ดินเป็นกรด เกิดการเร่งสลายตัวของฮิวมัส (อาทิตยา, 2561) ทั้งนี้ จากการศึกษาเปรียบเทียบการ
ปลูกข้าวโพดเป็นพืชเชิงเดี่ยวและปลูกสลับกับพืชชนิดอื่นในดินที่แตกต่างกัน 3 ชนิด พบว่า การปลูก
ข้าวโพดเป็นพืชเชิงเดี่ยวส่งผลให้เสถียรภาพของเม็ดดินลดลงในดินทั้ง 3 ชนิด (Ketcheson, 1980)
2. เกิดการระบาดของศัตรูพืช : เมื่อดินเสื่อมโทรมลง ทำให้พืชอ่อนแอและ
ถูกศัตรูพืชรบกวนและทำลายได้โดยง่าย นอกจากนี้ การปลูกพืชร่วมหรือพืชหลายชนิดในพื้นที่
เดียวกัน ยังช่วยลดการแพร่กระจายของแมลงศัตรูพืช เนื่องจากความหลากหลายของชนิดพืชจะช่วย
เบี่ยงเบนการเข้าทำลายพืชที่เป็นเป็นพืชอาศัยหลักของแมลงศัตรูพืชชนิดนั้น (Smith and
McSorley, 2000)
3. คุณภาพและปริมาณของผลผลิตลดลง : การปลูกพืชเชิงเดี่ยวและขาดการจัดการ
ธาตุอาหารที่เหมาะสม เพียงพอ จะส่งผลให้ผลผลิตมีปริมาณและคุณภาพลดลง Lovaisa และคณะ
(2017) พบว่า การปลูกสตรอเบอร์รี่เป็นพืชเชิงเดี่ยวในพื้นที่เดิมเป็นระยะเวลา 5 ปี ทำให้ปริมาณ
ผลผลิตสตรอเบอร์รี่ลดลงกว่าปีแรกถึง 51 เปอร์เซ็นต์
4. มลพิษในดิน น้ำ อากาศ : การปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยมากมักมีการใช้ปุ๋ยเคมีและ
สารเคมีในปริมาณมาก ทำให้เกิดการตกค้างในดิน น้ำ และบรรยากาศ ซึ่งการตกค้างของสารเคมี
เหล่านี้ จะส่งผลต่อการลดลงของประชากรแมลงและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในระบบนิเวศ เนื่องจากได้รับ
ผลกระทบโดยตรงจากสารเคมี หรือจากการกินอาหารที่มีสารพิษตกค้างและหมุนเวียนอยู่ในระบบ
นิเวศ Zhu และคณะ (2016) ทดสอบการตกค้างของโลหะหนักในแปลงปลูกข้าวโพดและพบว่า การ
ปลูกถั่วเป็นพืชร่วมในแปลงข้าวโพดจะช่วยลดการสะสมของปริมาณโลหะหนักในดินลงได้
5. การสูญหายของพันธุกรรมท้องถิ่น : การปลูกพืชเชิงเดี่ยวนิยมใช้พันธุ์พืชที่เป็น
พันธุ์ลูกผสม พันธุ์พืชดั้งเดิมหรือพืชท้องถิ่นจึงค่อยๆสูญหายไป
วัตถุประสงค์
1. ศึกษาผลกระทบของรอบการปลูกและอายุของยางพาราที่มีการปลูกเป็นพืช
เชิงเดี่ยวต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินเพื่อการประเมินผลิตภาพของดิน
2. ศึกษาผลกระทบของรอบการปลูกและอายุของยางพาราที่มีการปลูกเป็นพืช
เชิงเดี่ยวต่อการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพของดินซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพในระบบนิเวศ
เกษตร

