Page 25 - การสำรวจข้อมูลพื้นฐานเพื่อการพัฒนาที่ดินพื้นที่บ้านกระหวัน (โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านรุ่งอรุณและบ้านกระหวัน ตำบลโนนสำราญ อำเภอกันทรลักษ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ)
P. 25

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                                                                                                         13





                                  1) ปุ๋ยหมัก เป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งได้จากการน าชิ้นส่วนของพืช วัสดุเหลือใช้ทางการ
                    เกษตร หรือวัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น หญ้าแห้ง ใบไม้ ฟางข้าว ซังข้าวโพด กากอ้อยจาก
                    โรงงานน้ าตาล และแกลบจากโรงสีข้าว ขี้เลื่อยจากโรงงานแปรรูปไม้ เป็นต้น มาหมักในรูปของการกองซ้อน
                    กันบนพื้นดิน หรืออยู่ในหลุม เพื่อให้ผ่านกระบวนการย่อยสลายให้เน่าเปื่อยเสียก่อน โดยอาศัยกิจกรรมของ

                    จุลินทรีย์จนกระทั่งได้อินทรียวัตถุที่มีความคงทน ไม่มีกลิ่น มีสีน้ าตาลปนด า เราสามารถท าปุ๋ยหมักเองได้
                    โดยน าวัสดุต่างๆ มากองสุมให้สูงขึ้นจากพื้นดิน 30-40 ซม. แล้วโรยปุ๋ยคอกผสมปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15
                    ประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม ต่อเศษพืชหนัก 1,000 กิโลกรัม เสร็จแล้วก็กองเศษพืชซ้อนทับลงไปอีกแล้วโรย

                    ปุ๋ยคอกผสมปุ๋ยเคมี ท าเช่นนี้เรื่อยไปเป็นชั้นๆ จนสูงประมาณ 1.5 เมตรควรมีการรดน้ าแต่ละชั้นเพื่อให้มี
                    ความชุ่มชื้น และเป็นการท าให้มีการเน่าเปื่อยได้เร็วขึ้น กองปุ๋ยหมักนี้ทิ้งไว้ 3-4 สัปดาห์ ก็ท าการกลับกอง
                    ปุ๋ยครั้งหนึ่ง (ฉลอง, 2551)
                                  2) ปุ๋ยคอก เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้มาจากสิ่งขับถ่ายของสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ สุกร เป็ด

                    ไก่ และห่าน ฯลฯ โดยอาจจะใช้ในรูปปุ๋ยคอกแบบสด แบบแห้ง หรือน าไปหมักให้เกิดการย่อยสลายก่อน
                    แล้วค่อยน าไปใช้ก็ได้ ซึ่งต้องค านึงถึงชนิดของดินและพืชที่ปลูกด้วย โดยเฉพาะการใช้แบบสดอาจท าให้เกิด
                    ความร้อน และมีการดึงธาตุอาหารบางตัวไปใช้ในการย่อยสลายมูลสัตว์ ซึ่งอาจจะท าให้พืชเหี่ยวตายได้ การ
                    ใช้ปุ๋ยคอกนั้น นอกจากจะมีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มธาตุอาหารพืชในดินแล้ว ยังช่วยท าให้ดินโปร่งและร่วน

                    ซุย ท าให้การเตรียมดินง่าย การตั้งตัวของต้นกล้าเร็วท าให้มีโอกาสรอดได้มากด้วย
                                  3) ปุ๋ยพืชสด เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการปลูกพืชบ ารุงดินซึ่งได้แก่พืชตระกูลถั่วต่างๆ แล้ว
                    ท าการไถกลบเมื่อพืชเจริญเติบโตมากที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่ก าลังออกดอก พืชตระกูลถั่วที่ควรใช้เป็นปุ๋ยพืชสด
                    ควรมีอายุสั้น มีระบบรากลึก ทนแล้ง ทนโรคและแมลงได้ดี เป็นพืชที่ปลูกง่าย และมีเมล็ดมาก ตัวอย่างพืช

                    เหล่านี้ ได้แก่ ถั่วพุ่ม ถั่วเขียว ถั่วลาย ปอเทือง ถั่วขอ ถั่วแปบ และโสน เป็นต้น
                           3.4.3 ปุ๋ยชีวภาพ
                                ปุ๋ยชีวภาพ คือ ปุ๋ยที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีคุณสมบัติพิเศษสามารถ

                    สังเคราะห์สารประกอบธาตุอาหารพืชได้เอง หรือสามารถเปลี่ยนธาตุอาหารพืชที่อยู่ในรูปที่ไม่เป็นประโยชน์
                    ต่อพืชให้มาอยู่ในรูปที่พืชสามารถดูดไปใช้ประโยชน์ได้ ปุ๋ยชีวภาพ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
                                  1) กลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถสังเคราะห์สารประกอบอาหารพืชไนโตรเจนได้เอง ได้แก่
                    ไรโซเบียมที่อยู่ในปมรากพืชตระกูลถั่ว แฟรงเคียที่อยู่ในปมของรากสนทะเล สาหร่ายสีเขียวแกมน้ าเงินที่อยู่
                    ในโพรงใบของแหนแดง

                                  2) กลุ่มจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในดินอย่างอิสระที่สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศให้แก่พืช
                    ได้เช่นเดียวกันกับกลุ่มจุลินทรีย์ที่ช่วยท าให้ธาตุอาหารพืชในดินละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น
                    เช่น ไมคอร์ไรซาที่ช่วยให้ฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงอยู่ในดินละลายออกมาอยู่ในรูปที่พืชดูดไปใช้ประโยชน์ได้

                         3.4.4 ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
                               ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ คือ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้อุณหภูมิสูงถึงระดับที่สามารถ
                    ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ทั้งที่เป็นโรคพืช โรคสัตว์ และโรคมนุษย์ รวมทั้งจุลินทรีย์ทั่วๆ ไปด้วย จากนั้นน าจุลินทรีย์ที่
                    มีสมบัติเป็นปุ๋ยชีวภาพที่เลี้ยงไว้ในสภาพปลอดเชื้อมาผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าว และท าการหมักต่อไป

                    จนกระทั่งจุลินทรีย์ที่ใส่ลงไปในปุ๋ยหมักมีปริมาณคงที่ จุลินทรีย์เหล่านี้นอกจากจะช่วยตรึงไนโตรเจนให้แก่
                    พืชแล้ว ยังช่วยผลิตฮอร์โมนพืชเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากพืช และจุลินทรีย์บางชนิดยังสามารถ
                    ควบคุมโรคพืชในดินและกระตุ้นให้พืชสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้อีกด้วย (กรมพัฒนาที่ดิน, 2559)
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30