Page 29 - การสำรวจข้อมูลพื้นฐานเพื่อการพัฒนาที่ดินพื้นที่บ้านกระหวัน (โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านรุ่งอรุณและบ้านกระหวัน ตำบลโนนสำราญ อำเภอกันทรลักษ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ)
P. 29
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
17
ดินเปรี้ยว ดินทราย ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัญหาดินพรุในภาคใต้ และที่ดินชายฝั่ง
ทะเล รวมถึงการแก้ไขปรับปรุงและฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรมพังทลายจากการชะล้างหน้าดิน ตลอดจนการท า
แปลงสาธิตการพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมในพื้นที่ที่มีปัญหาดินเสื่อมโทรม เพื่อให้พื้นที่ที่มีปัญหาเรื่อง
ดินจากหลายๆ สาเหตุ กลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อีก มีการน าแนวคิดและตัวอย่างการจัดการ
ทรัพยากรดินในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชด าริ 6 แห่ง ที่ทรงมีพระราชด าริให้จัดตั้งขึ้น
เพื่อท าการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการอนุรักษ์ดินและน้ า เป็นตัวอย่างในการป้องกันการชะล้างพังทลายของ
ดิน การขยายพันธุ์พืชเพื่ออนุรักษ์ดินและบ ารุงดิน และสนับสนุนให้เกษตรกรเรียนรู้เข้าใจวิธีการอนุรักษ์ดิน
และน้ า การปรับปรุงบ ารุงดิน สามารถน าไปปฏิบัติได้เอง ทรงมีพระราชด าริว่า “การปรับปรุงที่ดินนั้นต้อง
อนุรักษ์ผิวดิน ซึ่งมีความสมบูรณ์ไว้ไม่ให้ไถ หรือลอกหน้าดินทิ้งไป สงวนไม้ยืนต้น ที่ยังเหลืออยู่ เพื่อที่จะ
รักษาความชุ่มชื่นของผืนดิน”
แนวพระราชด าริในด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูดิน ที่ส าคัญแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ 1) แบบจ าลองการ
พัฒนาพื้นที่ที่มีสภาพขาดความสมบูรณ์ ดินปนทราย และปัญหาการชะล้างพังทลาย 2) การแก้ปัญหาดิน
เปรี้ยวโดยทฤษฎีแกล้งดิน 3) การอนุรักษ์ดินโดยหญ้าแฝก 4) การห่มดิน
1) แบบจ าลองการฟื้นฟูบ ารุงดินที่มีสภาพขาดความสมบูรณ์ ดินปนทราย และปัญหาการ
ชะล้างพังทลาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดตั้ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอัน
เนื่องมาจากพระราชด าริ 6 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ เพื่อ
เป็นแหล่งศึกษาวิจัยการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ที่มีสภาพปัญหาต่างกันตามภูมิสังคม ตลอดจนเป็น
แหล่งศึกษาดูงานและน าความรู้ไปปรับใช้ตามสภาพปัญหาพื้นที่
2) การแก้ปัญหาดินเปรี้ยวด้วย “ทฤษฎีแกล้งดิน”
ดินเปรี้ยวหรือดินพรุ เป็นสภาพธรรมชาติของดินที่เกิดจากอินทรียวัตถุสะสมจ านวนมาก
เป็นเวลานานจนแปรสภาพเป็นดินอินทรีย์ที่มีความเป็นกรดก ามะถันสูง เมื่อดินแห้งกรดก ามะถันจะท า
ปฏิกิริยากับอากาศ ท าให้แปรสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด ท าการเกษตรได้ผลน้อยไม่คุ้มทุน พบมากในภาค
ตะวันออกและภาคใต้ และบริเวณที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล ในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยว พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแนวพระราชด าริ “แกล้งดิน” โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ด าเนินการ
สนองพระราชด าริโครงการแกล้งดิน เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดของดิน เริ่มจากวิธีการแกล้ง
ดินให้เปรี้ยว ด้วยการท าให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไปเพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งจะไปกระตุ้นให้
สารไพไรต์ (pyrite หรือ FeS ) ท าปฏิกิริยากับออกซิเจน (O ) ในอากาศ ปลดปล่อยกรดก ามะถัน
2
2
(sulphuric acid) ออกมา ท าให้ดินเป็นกรดจัดจนถึงขั้น “แกล้งดินให้เปรี้ยวสุดขีด” จนกระทั่งถึงจุดที่พืชไม่
สามารถเจริญงอกงามได้ จากนั้นจึงหาวิธีการปรับปรุงดินดังกล่าวให้สามารถปลูกพืชได้
วิธีการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดตามแนวพระราชด าริ
2.1) ควบคุมระดับน้ าใต้ดิน เพื่อป้องกันการเกิดกรดก ามะถัน จึงต้องควบคุมน้ าใต้ดินให้อยู่
เหนือชั้นดินเลนที่มีสารไพไรต์อยู่ เพื่อไม่ให้สารไพไรต์ท าปฏิกิริยากับออกซิเจนหรือถูกออกซิไดซ์
(oxidization)

