Page 38 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 38
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
26
คุณภาพต่างกันต่อการเปลี่ยนแปลงไนโตรเจนทั้งในสภาพดินไร่และดินนา พบว่า วัสดุอินทรีย์ที่มีปริมาณ
ไนโตรเจนสูง อัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนต่ า (ซากถั่วลิสง) มีการปลดปล่อย N ได้ทันทีและลดลง
อย่างรวดเร็วซึ่งต่างจากวัสดุอินทรีย์ที่มีอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนสูง (ฟางข้าว พลวงและใบ
มะขาม) จะไม่มีการปลดปล่อยไนโตรเจนในช่วงแรก นอกจากนี้ ปริมาณลิกนิน และโพลีฟีนอลที่เป็น
องค์ประกอบในวัสดุอินทรีย์เป็นสารต้านทานการสลายตัวและยับยั้งการปลดปล่อยไนโตรเจนสู่ดิน โดย
วัสดุอินทรีย์ที่มีปริมาณลิกนิน และโพลีฟีนอลสูงจะมีการปลดปล่อยไนโตรเจนสู่ดินล่าช้า
2.9.3 กิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน
การเปลี่ยนแปลงของอินทรียวัตถุในดินจะมีกิจกรรมการท างานของจุลินทรีย์ซึ่งบ่งชี้ถึง
ลักษณะและกลไกการเปลี่ยนแปลงส่วนอินทรียวัตถุในดินได้ การประเมินกิจกรรมจุลินทรีย์นั้นสามารถวัด
ได้หลายวิธี เช่น การตรวจวัดการหายใจของจุลินทรีย์ดินโดยการวัดการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์
และอีกวิธีคือ การศึกษาเอนไซม์ในกระบวนการท างานจุลินทรีย์ เช่น เอนไซม์ดีไฮโดรจีเนส แต่วิธีที่ได้รับ
ความนิยมมากซึ่งมีความสะดวกและง่าย และให้ผลที่ถูกต้อง คือ การวัดการปลดปล่อยก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์หรือการหายใจในดิน
กระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุในดินจะมีการปลดปล่อยคาร์บอนออกมาในรูปก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งปริมาณการปลดปล่อยมีความสัมพันธ์กับปริมาณของมวลชีวภาพจุลินทรีย์คาร์บอน
และปริมาณคาร์บอนทั้งหมดในดิน (Wang et al., 2003) เนื่องจากมวลชีวภาพจุลินทรีย์คาร์บอนเป็น
แหล่งของคาร์บอนที่อยู่ในเนื้อเยื่อจุลินทรีย์ โดยมีการปลดปล่อยออกมาควบคู่กับกิจกรรมการท างานของ
จุลินทรีย์ในดิน ทั้งนี้ การย่อยสลายจะเกิดขึ้นสมบูรณ์หรือไม่จะขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของคาร์บอนต่อ
ไนโตรเจนของสารอินทรีย์เมื่อเริ่มต้น สารประกอบฮิวมิกในดิน และการปลดปล่อ ย ก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์ (Garcia et al., 1992) Golueke (1981) รายงานว่า เมื่อเกิดการย่อยสลายสมบูรณ์
ค่าอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนจะอยู่ในช่วง 15 - 20 ส่วนปริมาณก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ต่ ากว่า
500 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมของปริมาณคาร์บอนทั้งหมด หากปริมาณดังกล่าวสูงกว่านี้ แสดงว่า การย่อย
สลายยังไม่สมบูรณ์ สามารถเกิดการย่อยสลายต่อไปได้
Goyal et al. (2005) ท าการศึกษาการใส่วัสดุเหลือใช้ร่วมกับปุ๋ยมูลสัตว์ที่มีผลต่อรูปแบบ
การย่อยสลายและการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่า ในระยะเวลา 90 วันนั้น อัตราส่วนของ
คาร์บอนต่อไนโตรเจนมีค่าลดลง ในขณะเดียวกันการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่ลดลง
เช่นเดียวกับรายงานของ Golueke (1981) แสดงให้เห็นว่า การย่อยสลายเกิดขึ้นสมบูรณ์เมื่อบ่มในเวลา
90 วันหลังใส่สารอินทรีย์ และพบว่า ปริมาณการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นตัวชี้ว่า
กระบวนการย่อยสลายเกิดสมบูรณ์มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจน
(r= 0.970) และสารฮิวมิก (r= 0.749)
นอกจากนี้ รูปแบบการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ในดินยังเกี่ยวข้องกับสมบัติทาง
กายภาพของดินโดยเฉพาะความหนาแน่นรวมของดิน ดินที่มีความหนาแน่นรวมสูงจะมีการปลดปล่อยก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์ลดลง Pengthamkeerati et al. (2005) รายงานว่า เมื่อดินมีค่าความหนาแน่นรวม
เพิ่มขึ้นมีปริมาณการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง นอกจากนี้ ปัจจัย อุณหภูมิดินยังมีผลต่อ
การปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ โดยดินที่มีอุณหภูมิสูงส่งผลให้มีการปลดปล่อยก๊าช

