Page 37 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 37

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                             25




                   เซลล์โดยวิธีการรมด้วยคลอโรฟอร์ม ซึ่งปริมาณธาตุอาหาร เช่น คาร์บอน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส

                   และซัลเฟอร์ในจุลินทรีย์  ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณจุลินทรีย์ในดินด้วย
                                  Vityakon et al. (2000) ได้ท าการศึกษาการใส่สารอินทรีย์คุณภาพต่างกันในดินไร่เนื้อ
                   ทรายต่อปริมาณมวลชีวภาพจุลินทรีย์ไนโตรเจน พบว่า มวลชีวภาพจุลินทรีย์ไนโตรเจนมีปริมาณสูงในดินที่
                   ได้รับวัสดุอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีปริมาณไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสูงเช่น ซากถั่วลิสง โดยวัสดุอินทรีย์

                   คุณภาพสูงนั้นสามารถปลดปล่อยไนโตรเจนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับวัสดุอินทรีย์คุณภาพต่ าที่มีปริมาณ
                   ไนโตรเจนต่ า เช่น ใบพลวง ใบมะขาม และฟางข้าว ท าให้จุลินทรีย์สามารถดูดใช้ไนโตรเจนได้ทันทีเพื่อเพิ่ม
                   มวลชีวภาพจุลินทรีย์  นอกจากนี้ ระบบที่มีการจัดการวัสดุอินทรีย์คืนสู่ดินจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ
                   มวลชีวภาพจุลินทรีย์อย่างมาก โดยขึ้นกับองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุอินทรีย์นั้น เช่น ปริมาณไนโตรเจน

                   ลิกนิน และโฟลีฟีนอล
                                  สุนทรีย์ (2543) ท าการศึกษาอิทธิพลของคุณภาพวัสดุอินทรีย์ต่อปริมาณมวลชีวภาพ
                   จุลินทรีย์ในดินไร่เนื้อทรายของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า การใส่วัสดุอินทรีย์ที่มีปริมาณไนโตรเจน
                   สูง ลิกนิน และโพลีฟีนอลต่ า (ซากถั่วลิสง) ท าให้มวลชีวภาพจุลินทรีย์ไนโตรเจนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะใน

                   ช่วงแรกหลังการใส่  ส่วนวัสดุอินทรีย์คุณภาพต่ าที่มีปริมาณไนโตรเจน ลิกนิน และโพลีฟีนอลต่ า (ฟางข้าว)
                   และวัสดุอินทรีย์ที่มีลิกนิน และโพลีฟีนอลสูงอย่างใบพลวง และใบมะขาม ท าให้เพิ่มมวลชีวภาพจุลินทรีย์
                   ไนโตรเจนล่าช้ากว่า
                                  Sharma et al. (2005) รายงานว่า ปริมาณคาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบในวัสดุอินทรีย์มี

                   ความสัมพันธ์กับมวลชีวภาพจุลินทรีย์คาร์บอน (r= 0.846) และมวลชีวภาพจุลินทรีย์ไนโตรเจน
                   (r= 0.550) ส่วนไนโตรเจนที่เป็นองค์ประกอบในวัสดุอินทรีย์มีสหสัมพันธ์สูงทางบวกกับมวลชีวภาพ
                   จุลินทรีย์คาร์บอน (r= 0.625) และมวลชีวภาพจุลินทรีย์ไนโตรเจน (r= 0.825)


                          2.9.2 กำรปลดปล่อยธำตุอำหำรไนโตรเจน

                                  การย่อยสลายของวัสดุอินทรีย์ในดินท าให้เกิดการปลดปล่อยธาตุอาหารต่างๆ โดยเฉพาะ
                   ไนโตรเจน (N mineralization) และในขณะเดียวกันธาตุไนโตรเจนจะถูกดูดใช้โดยจุลินทรีย์ในดินเพื่อเพิ่ม

                   มวลชีวภาพของจุลินทรีย์ (N immobilization) กระบวนการดังกล่าวจะเกิดควบคู่กันและสัมพันธ์กันอย่าง
                   ใกล้ชิด โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีความสัมพันธ์ทั้งในทางลบและทางบวกกับองค์ประกอบทางเคมี
                   ของสารอินทรีย์ โดยหากใส่สารอินทรีย์ที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบอยู่สูงจะส่งผลให้มีการปลดปล่อย
                   ไนโตรเจนสูงและรวดเร็วในช่วงแรก

                                  Constantinides and Fownes (1994) ท าการศึกษาการปลดปล่อยไนโตรเจน จากใบสด
                   และเศษซากพืชที่ร่วงหล่นของพืชในระบบวนเกษตรเขตร้อน มีทั้งที่เป็นและไม่เป็นพืชตระกูลถั่ว พบว่า
                   การปลดปล่อยธาตุอาหารไนโตรเจนสู่ดินมีความสัมพันธ์กับปริมาณไนโตรเจนในส่วนของซากพืช โดยพวก
                   ใบสดและพืชตระกูลถั่วซึ่งมีปริมาณไนโตรเจนสูงก็จะมีการปลดปล่อยไนโตรเจนและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

                   เช่นเดียวกับ Lupwayi and Haque (1998) ที่ท าการทดสอบบ่มดินนาน 5 สัปดาห์ ที่ใส่วัสดุอินทรีย์จาก
                   พืชในกลุ่มพืชตระกูลถั่วได้แก่ โสน และกระถิน พบว่า โสนมีการปลดปล่อยได้ในปริมาณที่สูงกว่ากระถิน
                   เนื่องจากใน โสนมีปริมาณไนโตรเจนสูงกว่า

                                   นอกจากนี้ อัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนของวัสดุอินทรีย์ที่ใส่ลงในดินมีผลต่อการ
                   ปลดปล่อยธาตุอาหารไนโตรเจน Vityakon et al. (2000) ท าการศึกษาอิทธิพลของสารอินทรีย์ที่มี
   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42