Page 141 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 141

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                             129




                        6.1.4 กำรใช้วัสดุอินทรีย์ทำงกำรเกษตรต่อปริมำณอินทรีย์คำร์บอนในดิน


                             จากผลการเปรียบเทียบของการใช้วัสดุอินทรีย์ต่างกันต่อปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินบนของ
                   ชุดดินโคราช และชุดดินหนองบุญนาก ส าหรับผลการศึกษาในชุดดินโคราช จะเห็นว่า การใส่ใบมะขามร่วง
                   ท าให้ดินมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสูงสุดเท่ากับร้อยละ 0.36 รองลงมาคือ ซากถั่วลิสง (ร้อยละ 0.30)

                   ใบพลวง (ร้อยละ 0.29) ฟางข้าว (ร้อยละ 0.23) และดินที่ไม่ใส่อะไรเลยมีอินทรีย์คาร์บอนต่ าสุดเท่ากับ
                   ร้อยละ 0.12 ส าหรับการศึกษาในชุดดินหนองบุญนาก จะเห็นว่า ดินที่มีการไถกลบตอซังโดยไม่ใส่ปุ๋ยน้ า
                   ชีวภาพมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสูงสุดเท่ากับร้อยละ 0.84 รองลงมาคือ ดินที่คลุมด้วยตอซังและไม่ใส่
                   ปุ๋ยน้ าชีวภาพ (ร้อยละ 0.72) ส่วนดินที่มีการไถกลบตอซังร่วมกับการใส่ปุ๋ยน้ าชีวภาพ และดินที่ใส่ปุ๋ยน้ า
                   ชีวภาพอย่างเดียวมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนต่ า (ร้อยละ 0.71)

                              จากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินขึ้นอยู่กับอัตราการสลายตัวของ
                   วัสดุอินทรีย์ที่ใส่และการสูญเสียอินทรีย์คาร์บอนโดยการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ วัสดุอินทรีย์ที่
                   สลายตัวเร็วและมีการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูงอย่างฟางข้าวท าให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอน

                   สะสมในดินต่ าทั้งในชุดดินโคราชและชุดดินหนองบุญนาก ทั้งนี้ อัตราการสลายตัวของวัสดุอินทรีย์และการ
                   ปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์มีความสัมพันธ์และถูกควบคุมด้วยองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุ
                   อินทรีย์นั้นๆ โดยมีสหสัมพันธ์ในทางบวกกับปริมาณเซลลูโลส (r= 0.70*) และทางลบกับปริมาณลิกนิน
                   (r= -0.85***) และโพลีฟีนอล (r= -0.81**) ผลการศึกษานี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่า การใช้ปุ๋ยน้ าชีวภาพ

                   ร่วมกับการไถกลบตอซังข้าวในชุดดินหนองบุญนาก ก่อให้เกิดการเร่งอัตราการสลายตัวของตอซังท าให้มี
                   การปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูงจึงมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินต่ ากว่าที่ไม่ใส่ปุ๋ยน้ าชีวภาพ

                   6.2 ข้อเสนอแนะ


                          จากการศึกษาการกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทาง
                   การศึกษาประเด็นหลัก ได้แก่ การแจกกระจาย ปริมาณ และแหล่งสะสมของอินทรีย์คาร์บอนในดิน
                   ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินบางชุดดินภายใต้การใช้ประโยชน์ที่ดินต่างกัน และการจัดการวัสดุอินทรีย์

                   ต่างชนิดกันต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน จากผลการศึกษาในประเด็นดังกล่าว
                   สามารถน าไปเป็นข้อมูลพื้นฐาน และแนวทางในการประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลปริมาณอินทรีย์
                   คาร์บอนในดิน และปรับกลยุทธ์ในการการบริหารจัดการดินเพื่อเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในเชิงพื้นที่
                   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้  โดยมีรายละเอียดข้อเสนอแนะตามประเด็นหลัก ดังนี้


                          6.2.1 กำรพัฒนำฐำนข้อมูลทรัพยำกรดินกับปริมำณอินทรีย์คำร์บอนในดิน

                                  จากผลการศึกษาการแจกกระจายของปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินบนที่ระดับความลึก

                   0 - 25 เซนติเมตร และปริมาณอินทรีย์คาร์บอนที่สะสมทั้งหมดในดินตลอดความลึก 100 เซนติเมตร ของ
                   20 ชุดดินตัวแทนหลักที่พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ข้อมูลปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่แสดง
                   ในเอกสารฉบับนี้อาจมีข้อจ ากัดอยู่บ้าง คือ ข้อมูลที่ได้ไม่ได้มาจากการวิเคราะห์ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนใน

                   ดินโดยตรง แต่เกิดจากการค านวณของปริมาณอินทรียวัตถุในดิน และในกระบวนการวิเคราะห์เพื่อสร้าง
                   แผนที่โดยผ่านระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์นั้นมีการใช้ชุดข้อมูลอินทรีย์คาร์บอนในดินเพียงอย่างเดียว
   136   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146