Page 142 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 142
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
130
และยังไม่ได้ท าการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึกร่วมกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพพื้นที่ ปัจจัยการก าเนิดดิน
การใช้ประโยชน์ที่ดิน การจัดการดินและปุ๋ย และสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ท าให้แผนที่และข้อมูลที่ได้
สามารถรายงานได้เพียงในภาพรวม หรือแสดงผลในบางชุดดิน โดยอาจจะไม่สามารถระบุสถานภาพของ
ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในระดับเชิงพื้นที่เฉพาะได้
ดังนั้น เพื่อให้สามารถรายงานถึงสถานภาพและแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายการเพิ่มการกัก
เก็บคาร์บอนในเชิงพื้นที่เฉพาะอย่างได้ดีและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ควรด าเนินการ ดังนี้
1) การเก็บ รวบรวม น าเข้า และพัฒนาฐานข้อมูลชุดดินตัวแทนที่ครอบคลุมพื้นที่ในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ในรูปแบบดิจิตอล (ที่มีหรือไม่มีพิกัดระบุต าแหน่ง) ผลงานวิชาการ และงานวิจัย
เกี่ยวกับปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน ตลอดจนมีการสร้างความร่วมมือเชิงบูรณาการด้านข้อมูล
ทรัพยากรดินระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการศึกษาและติดตามสถานภาพอินทรีย์คาร์บอนในดินอย่าง
เป็นระบบ เพื่อน าไปสู่การประเมินผลในระยะยาว
2) การสร้างแผนที่และข้อมูลแสดงสถานภาพปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในทรัพยากรดิน โดยอาศัย
การวิเคราะห์ชุดข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอินทรีย์คาร์บอนในดินร่วมด้วย เช่น ปัจจัยการ
ก าเนิดดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน การจัดการดินและปุ๋ย สภาพภูมิอากาศ
6.2.3 กำรศึกษำแหล่งและปริมำณกักเก็บอินทรีย์คำร์บอนในดิน
การศึกษานี้มุ่งเน้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงแหล่งกักเก็บอินทรีย์คาร์บอนในดินในส่วนของ
โครงสร้างเม็ดดินซึ่งเป็นส่วนที่ป้องกันอินทรีย์คาร์บอนทางกายภาพในบางชุดดินตัวแทนที่พบในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยประเด็นการศึกษานี้เป็นเพียงการศึกษาน าร่องใน 3 ชุดดิน ซึ่งเป็นตัวแทนของ
กลุ่มดินเนื้อหยาบที่มีปริมาณอนุภาคขนาดทรายสูงส่วนใหญ่มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนถูกสะสมในส่วนของ
เม็ดดินขนาดเล็ก ในขณะที่ดินเนื้อละเอียดที่มีปริมาณสัดส่วนของอนุภาคดินทรายแป้งและดินเหนียวสูงนั้น
มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินถูกสะสมในเม็ดดินขนาดใหญ่ ผลที่ได้มีความสอดคล้องกับหลายงานวิจัย
ที่ผ่านมา โดยในเบื้องต้นนักวิชาการ นักวิจัยสามารถน าข้อมูลไปประยุกต์ใช้ในกรณีพิจารณาแยกประเภท
ของการจัดการดินต่อการเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในดินตั้งแต่ดินเนื้อหยาบจนถึงดินเนื้อละเอียด
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถประเมินและคาดการณ์ถึงปริมาณและแหล่ง
กักเก็บอินทรีย์คาร์บอนในดินที่มีความหลากหลายในภูมิภาคนี้ได้อย่างถูกต้องและแม่นย ามากยิ่งขึ้น ควรมี
การศึกษาเพิ่มเติมโดยพิจารณาดินตัวแทนที่ครอบคลุมตามกลุ่มประเภทเนื้อดิน และมีการรวบรวม และ
ศึกษาข้อมูลในระดับเชิงลึกถึงศักยภาพและความเสถียรภาพของอินทรีย์คาร์บอนที่ได้รับการป้องกันใน
โครงสร้างเม็ดดิน ตลอดจนปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น เนื้อดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการจัดการดิน เพื่อ
น าไปสู่การพิจารณาระมัดระวังการใช้ประโยชน์ที่ดินและการจัดการดินที่ส่งผลกระทบต่อความเสถียรภาพ
ของอินทรีย์คาร์บอนในโครงสร้างเม็ดดินของดินโดยเฉพาะในกลุ่มดินเนื้อหยาบที่ง่ายต่อการแตกหัก
6.2.4 กำรสร้ำงและพัฒนำฐำนข้อมูลประเภทกำรใช้ประโยชน์ที่ดินกับปริมำณอินทรีย์
คำร์บอนในดิน
จากผลการศึกษาครั้งนี้สะท้อนถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินต่างกันมีผลต่อปริมาณอินทรีย์
คาร์บอนในดินทั้ง 3 ชุดดิน ได้แก่ ชุดดินบ้านไผ่ ชุดดินจัตุรัส และชุดดินโพนพิสัย โดยเฉพาะชั้นดินบนที่
ความลึก 0 - 25 เซนติเมตร จากผิวดิน และนอกจากนี้ ยังพบแนวโน้มของความสามารถของดินในการ

