Page 145 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 145

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                             133




                             (1) การจัดการวัสดุอินทรีย์ : การสับกลบ หรือ การคลุมที่ผิวหน้าดิน ในอัตรา 2 ตันต่อไร่

                             (2) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น : เมื่อมีการใส่วัสดุอินทรีย์ประเภทนี้ลงในดิน วัสดุอินทรีย์จะมี
                   การสลายตัวได้เร็วถึงเร็วมาก โดยเฉพาะช่วงความชื้นที่เหมาะสมในระดับความจุความชื้นสนาม โดยใช้
                   เวลาในการสลายตัวนานถึง 1 - 2 สัปดาห์ ที่ท าให้น้ าหนักวัสดุอินทรีย์ลดลงถึงครึ่งหนึ่งจากน้ าหนักเริ่มต้น
                   และการสูญเสียคาร์บอนไปจากดินโดยการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ต่ า และเมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี

                   ยังคงพบเหลือเศษวัสดุอินทรีย์ในดินต่ า ส่งผลให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินต่ ากว่ากลุ่มอินทรีย์
                   ประเภทแรก
                             (3) ข้อสังเกต :
                                 - การใส่วัสดุอินทรีย์นี้ส่วนใหญ่ถูกน ามาใช้ โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการปลดปล่อยธาตุอาหาร

                   ไนโตรเจนสู่ดินมากกว่าการเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนหรืออินทรียวัตถุในดิน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่
                   สลายตัวได้เร็ว ปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูง ท าให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินต่ า
                                 - การใส่วัสดุอินทรีย์กลุ่มนี้ร่วมกับการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนหรือปุ๋ยน้ าชีวภาพ มีส่วนช่วยในการ
                   การเร่งวัสดุอินทรีย์ให้มีการสลายตัวเร็วขึ้น ปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูง ส่งผลให้มีปริมาณ

                   อินทรีย์คาร์บอนหลงเหลือสู่ดินได้ในระดับต่ า โดยวิธีการนี้เหมาะสมส าหรับกรณีที่มีความต้องการจัดการ
                   วัสดุอินทรีย์ให้มีการสลายตัวและปลดปล่อยธาตุอาหารโดยเฉพาะไนโตรเจน ได้ตรงตามความต้องการของ
                   พืชปลูกในตามเวลาที่ก าหนด


                          ส าหรับประเด็นการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอินทรีย์คาร์บอนในดินครั้งนี้ เพื่อให้องค์ความรู้
                   สามารถน าไปปรับใช้ได้ครอบคลุมและในระยะยาว จึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
                          1) ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในดินเค็มซึ่งมีลักษณะและสมบัติดินที่จ าเพาะ และอิทธิพลต่อกิจกรรม
                   ของจุลินทรีย์ดิน

                          2) กรมพัฒนาที่ดินในฐานะผู้รับผิดชอบด้านการพัฒนาที่ดิน ควรมีโครงการศึกษาการ
                   เปลี่ยนแปลงปริมาณอินทรีย์คาร์บอนภายใต้การจัดการวัสดุอินทรีย์ในระยะยาว โดยสร้างและติดตามผล
                   การศึกษาแปลงทดลอง แปลงสาธิต หรือแปลงของเกษตรกรในระยะยาว เพื่อน าไปสู่การแนะน าแนว

                   ทางการจัดการดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
   140   141   142   143   144   145   146   147   148   149   150