Page 143 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 143

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                             131




                   รักษาอินทรีย์คาร์บอนในดินภายใต้การปลูกพืชต่างชนิดกัน  โดยชุดดินจัตุรัสมีแนวโน้มในการสะสม

                   อินทรีย์คาร์บอนในดินได้ดีกว่าชุดดินบ้านไผ่  และจากผลการศึกษานี้ มีข้อเสนอแนะว่า ควรอนุรักษ์พื้นที่
                   การใช้ประโยชน์ที่ดินแบบป่าปลูกหรือปลูกพืชที่ให้ปริมาณน้ าหมักมวลชีวภาพสูง ย่อยสลายได้ปานกลาง
                   ถึงยาก และมีการจัดการกลับคืนสู่ระบบดินอย่างต่อเนื่องจะส่งเสริมให้ดินมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอน
                   เพิ่มขึ้น เช่น พลวง ยูคาลิปตัส และ ยางพารา  ในขณะที่การปลูกพืชที่ให้น้ าหนักมวลชีวภาพต่ า ย่อยสลาย

                   ได้ง่าย เช่น มันส าปะหลัง ส่งผลให้ดินมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ควรมีการจัดการเพิ่ม
                   สารอินทรีย์ให้กับดิน เช่น การปลูกพืชปุ๋ยสด หรือหญ้าแฝกร่วมด้วยแล้วไถหรือตัดสับกลบลงดิน  ส าหรับ
                   ข้าว และอ้อย ควรมีการจัดการเศษซากพืชด้วยวิธีไถกลบลงดินทดแทนการเผาเพื่อท าให้ดินมีปริมาณ
                   อินทรีย์คาร์บอนในดินเพิ่มขึ้น

                          นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวสามารถน าไปใช้เพื่อสนับสนุนการพิจารณาแนวทางการเพิ่มการกักเก็บ
                   คาร์บอนในดินที่เชื่อมโยงและสอดคล้องไปกับนโยบายการก าหนดเขตการใช้ที่ดินในพื้นที่ภาค
                   ตะวันออกเฉียงเหนือ  อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจ ากัดของการศึกษาครั้งนี้ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการ
                   รวบรวมและศึกษาฐานข้อมูลเกี่ยวกับอินทรีย์คาร์บอนในดิน 3 ชุดดิน ที่ได้รับอิทธิพลจากการใช้ประโยชน์

                   ที่ดินในการปลูกพืชบางชนิด และอาจยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับการจัดการดินซึ่งมีผลต่ออย่างมากต่อ
                   ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน  อีกทั้งความหลากหลายของลักษณะและสมบัติของดินที่มีการใช้ประโยชน์
                   ที่ดินหลากหลายและเข้มข้นกระจายทั่วไปทั้งภาค  ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแนวทางการ
                   ขับเคลื่อนการเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่สอดคล้องไปกับการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีความ

                   เหมาะสม จึงควรมีการรวบรวม ศึกษา และพัฒนาฐานข้อมูล ดังนี้
                          1) การศึกษาและติดตามปริมาณอินทรีย์คาร์บอนทั้งในส่วนเหนือดิน (aboveground) และ ส่วน
                   ใต้ดิน (belowground) โดยแบ่งแยกประเภทกลุ่มดิน การจัดการดินและปุ๋ย ประเภทการใช้ประโยชน์
                   ที่ดินหรือชนิดของพืชหลักเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้  มุ่งเน้นพิจารณาปริมาณและคุณภาพของมวลชีวภาพ

                   จากส่วนต่างๆ ของพืช  และควรมีการวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศร่วมด้วย
                          2) การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส าหรับการศึกษาปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน
                   ในระบบป่าไม้ เกษตร และวนเกษตร ตลอดจนพื้นที่ที่ได้รับการบูรณาการจัดการพื้นที่เป็นกรณีพิเศษ เช่น

                   ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชด าริจังหวัดสกลนคร
                          3) การพัฒนาและจัดท าฐานข้อมูลอินทรีย์คาร์บอนในดินเพื่อน าไปสู่การสร้างและปรับปรุง
                   แบบจ าลองปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่สัมพันธ์ไปกับประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการจัดการดิน


                          6.2.5 กำรศึกษำและพัฒนำงำนทดลองในระยะยำวเกี่ยวกับกำรกักเก็บอินทรีย์คำร์บอนในดิน

                                  การศึกษานี้เป็นการศึกษาการเปลี่ยนแปลงปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่สัมพันธ์กับ
                   กระบวนการการสลายตัวของวัสดุอินทรีย์และการสูญหายของคาร์บอนในรูปก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์
                   วัสดุอินทรีย์ที่ถูกคัดเลือกใช้เป็นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นของระบบเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย

                   แบ่งประเภทของวัสดุอินทรีย์ตามองค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ คาร์บอน ไนโตรเจน เซลลูโลส ลิกนิน และ
                   โพลีฟีนอล  ผลที่ได้ทั้งอัตราการสลายตัว การปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ และการสะสมอินทรีย์
                   คาร์บอนในดินมีความแตกต่างกันและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุอินทรีย์
   138   139   140   141   142   143   144   145   146   147   148