Page 144 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 144
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
132
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผลการศึกษานี้สามารถน าไปปรับประยุกต์ใช้ได้ในวงกว้างส าหรับเป็น
แนวทางเบื้องต้นในการคัดเลือกและจัดการวัสดุอินทรีย์เพื่อเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน โดย
แบ่งแยกตามประเภทของการสลายตัวและองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุอินทรีย์ ดังนี้
1) กลุ่มวัสดุอินทรีย์ที่มีการสลายตัวได้ช้า มีปริมาณคาร์บอนสูง ไนโตรเจนต่ า อัตราส่วนคาร์บอน
ต่อไนโตรเจนสูง ลิกนิน และ โพลีฟีนอลสูง จัดอยู่ในกลุ่มจ าพวกพืชที่ไม่ใช่ตระกูลถั่ว เช่น พลวง เต็ง อ้อย
ยูคาลิปตัส ฟางข้าว หญ้าแฝก เป็นต้น
(1) การจัดการวัสดุอินทรีย์ : การสับกลบ หรือ การคลุมที่ผิวหน้าดิน ในอัตรา 2 ตันต่อไร่
(2) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น : เมื่อมีการใส่วัสดุอินทรีย์ประเภทนี้ลงในดิน วัสดุอินทรีย์จะมี
การสลายตัวเป็นไปอย่างช้าถึงช้ามาก โดยใช้เวลาในการสลายตัวนานถึง 30 - 40 สัปดาห์ ที่ท าให้น้ าหนัก
วัสดุอินทรีย์ลดลงถึงครึ่งหนึ่งจากน้ าหนักเริ่มต้น และการสูญเสียคาร์บอนไปจากดินโดยการปลดปล่อยก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์ต่ า และเมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ยังคงพบเหลือเศษวัสดุอินทรีย์ในดินประมาณมากกว่า
30 % ของน้ าหนักเริ่มต้น จากรูปแบบการสลายตัว และการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้น
ส่งผลให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินเพิ่มขึ้น
(3) ข้อสังเกต
- การใส่วัสดุอินทรีย์ที่มีปริมาณคาร์บอนเป็นองค์ประกอบสูงในดินจะส่งเสริมต่อการเพิ่ม
อินทรีย์คาร์บอนในดินสูง แต่ส าหรับฟางข้าวหรือตอซังข้าว แม้มีอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนสูง แต่
เนื่องจากคาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นเซลลูโลสซึ่งสลายตัวได้ง่ายกว่าลิกนินและ โพลีฟีนอล
เมื่อมีการจัดการไถกลบฟางข้าว หรือตอซังลงดิน จะมีการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูงมากส่งผล
ให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในระดับต่ ากว่าวัสดุอินทรีย์อื่นๆ ดังนั้น หากต้องการจัดการตอซังหรือ
ฟางข้าวเพื่อเพิ่มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน ควรพิจารณาเรื่องของการรบกวนดินให้น้อยที่สุด และ
ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน หรือ สารที่เร่งให้เกิดอัตราการสลายตัวของวัสดุอินทรีย์
- การจัดการวัสดุอินทรีย์โดยวิธีการคลุมที่ผิวหน้าดิน จะเป็นวิธีที่ส่งเสริมต่อการเพิ่ม
อินทรีย์คาร์บอนในดินได้ดีกว่าวิธีการสับกลบ เนื่องจากการคลุมที่ผิวดินไม่มีการรบกวนดิน และวัสดุ
อินทรีย์มีการสลายตัวได้ช้ามาก เพราะว่า พื้นผิวสัมผัสระหว่างวัสดุอินทรีย์กับดินมีน้อยท าให้จุลินทรีย์
ที่เข้าย่อยสลายได้ไม่ดีเท่ากับวิธีการสับกลบลงในดิน
- การใส่วัสดุอินทรีย์กลุ่มนี้ร่วมกับการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนหรือปุ๋ยน้ าชีวภาพ มีส่วนช่วยใน
การเร่งวัสดุอินทรีย์ให้มีการสลายตัวเร็วขึ้น ปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูง ส่งผลให้มีปริมาณ
อินทรีย์คาร์บอนหลงเหลือสู่ดินได้ในระดับต่ า
- กรณีที่มีการน าวัสดุอินทรีย์มาท าเป็นปุ๋ยหมักก่อนน าไปใส่ในดิน มีส่วนช่วยในการเพิ่ม
ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน แต่อาจมีปริมาณที่ต่ ากว่าการใส่วัสดุอินทรีย์ลงสู่ดินโดยตรง เนื่องจากมีการ
สูญเสียคาร์บอนโดยการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนหนึ่ง ในระหว่างกระบวนการหมัก จึงท าให้
ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนส่วนที่เหลือไปใส่ในดินมีในระดับที่ต่ ากว่าการใส่โดยตรง ซึ่งกรณีการท าปุ๋ยหมัก
อาจเป็นวิธีการที่มุ่งเน้นเรื่องของการปลดปล่อยธาตุอาหารจากวัสดุอินทรีย์เป็นหลักมากกว่าการเพิ่ม
อินทรีย์คาร์บอนในดิน
2) กลุ่มวัสดุอินทรีย์ที่มีการสลายตัวได้เร็ว มีปริมาณคาร์บอนต่ าถึงปานกลาง ไนโตรเจนสูง
อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนต่ า ลิกนิน และโพลีฟีนอลต่ าถึงปานกลาง จัดอยู่ในกลุ่มจ าพวกพืชตระกูล
ถั่วที่มักใช้เป็นพืชปุ๋ยสด เช่น ปอเทือง ซากถั่วลิสง ถั่วพร้า ใบจามจุรี ใบมะขาม เป็นต้น

