Page 187 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 187

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                   ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  3. การพยากรณ์ของชุมชนถึงโอกาสในอนาคตที่จะเกิดดินเค็มและการแพร่กระจายดินเค็มในพื้นที่ โดยใช้
                  การสังเกต ดังนี้

                         1) พื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มเป็นบริเวณกว้างใหญ่ใช้ประโยชน์ท านาข้าว เนื้อดินเป็นดิน

                  ทรายปนดินร่วน และเห็นคราบเกลือในช่วงแห้งแล้ง 2) พรรณพืชชนิดที่ไม่มีความทนทานต่อความเค็มหรือไม่
                  ชอบเกลือ เริ่มทยอยยืนต้นแห้งตายเป็นหย่อมๆ 3) ต้นข้าวที่ตายเป็นหย่อมๆ 4) พื้นผิวดินแห้งแล้งท าให้

                  จุลินทรีย์ในดินตายและเหลือในปริมาณน้อย รวมถึงไส้เดือน 5) น้ าที่ขังอยู่ในแหล่งน้ าธรรมชาติมีระดับความ
                  เค็มเพิ่มสูงขึ้น 6) การปล่อยพื้นที่รกร้าง 7) ดินมีหินเกลืออยู่ด้านล่างเนื้อดินเป็นทรายปนดินร่วน ขาดความอุดม

                  สมบูรณ์ตามธรรมชาติ และไม่มีการปรับปรุงบ ารุงดิน หน้าดินแห้งได้ง่ายและรวดเร็ว ขณะเดียวกันท าลายทาง

                  น้ าไหลผ่านตามธรรมชาติในพื้นที่เพื่อช่วยระบายน้ าเกลือที่ถูกชะล้างออกจากพื้นที่ 8) การใส่ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ย
                  วิทยาศาสตร์ลงไปในพื้นที่ในอัตราที่มากเกิน จนกระทั่งเหลือปุ๋ยตกค้างสะสมเป็นจ านวนมากและเพิ่มระดับ

                  ความเค็มในดิน


                  4. วิธีการลดระดับความเค็มของดินและการป้องกันการแพร่กระจายดินเค็มในพื้นที่ชุมชนมีวิธีการ

                  ดังต่อไปนี้
                         1) การปรับแปลงระดับพื้นที่ในแปลงเพาะปลูกที่มีการแพร่กระจายดินเค็มให้ราบเรียบ สม่ าเสมอและ

                  ไม่ลาดเอียง พร้อมท ากระทงนาและคันนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นปรับระดับพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ าในแปลงนาให้ได้

                  ปริมาณมากและทั่วถึง และปลูกพืชอาหารบนคันนา 2) การน าอินทรียวัตถุใส่ลงบนพื้นที่ดินเค็มและคลุกกับดิน
                  ในระดับรากต้นข้าว และวัตถุเหลือใช้ทางการเกษตร ได้แก่ เศษหญ้า ฟางข้าว ตอซัง 3) การยกเลิกกิจกรรม

                  ผลิตเกลือสินเธาว์ทั้งการท านาเกลือ การต้มเกลือในพื้นที่ตามกรรมวิธีดั้งเดิม ที่ขุดคราบเกลือบนผิวดิน (ขี้ทา)
                  มาต้มและการผลิตเกลือแบบใหม่ด้วยการสูบน้ าเค็มจัดในระดับความลึก 40-100 ม. หรือสูบน้ าเค็มจัดจาก

                  แหล่งน้ าธรรมชาติที่อยู่บริเวณใกล้เคียงขึ้นมาท านาเกลือหรือแบบต้ม และหากมีความจ าเป็นต้องผลิตต่อเนื่อง

                  ได้ก าหนดระเบียบข้อบังคับ รวมทั้งการปรับโทษเมื่อฝ่าฝืนระเบียบทั้งนี้เพื่อให้มีการต้มเกลือที่เป็นมิตรกับ
                  สิ่งแวดล้อม 4) การท าคันดินขนาดสูงใหญ่ล้อมรอบพื้นที่ดินเค็มจัด พร้อมทั้งปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว เช่น ต้นสะเดา

                  ต้นสะแก ยูคาลิปตัส กระถินณรงค์ ต้นไผ่ และต้นเสียว เป็นต้น เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน 5) การท าร่อง
                  ระบายน้ าในพื้นที่แต่ละแปลงปลูกพืช โดยเฉพาะแปลงนา (กระทงนา) แต่ละแปลงด้วยวิธีการใช้รถไถเบิกพื้นที่

                  เป็นร่องน้ าหรือใช้จอบขุดให้เป็นร่องลึกประมาณ 30 ซม. และกว้างประมาณ 40-50 ซม. ริมคันนาหรือ

                  กลางแปลงนาแต่ละแปลง เพื่อขังน้ าและระบายน้ าเค็มออกจากพื้นที่ 6) การเลี้ยงสัตว์โคและกระบือในแปลง
                  เพาะปลูก โดยเฉพาะในแปลงนา เพื่อให้หาอาหารกินและปล่อยมูลพร้อมทั้งปัสสาวะเป็นการเพิ่มความอุดม

                  สมบูรณ์ของดินและมีพืชขึ้นตลอดปีที่ช่วยสร้างความชื้นของหน้าดินและยับยั้งการแพร่กระจายดินเค็มในพื้นที่

                  7) การรักษาความชื้นของผิวดินในพื้นที่ดินเค็ม โดยการปลูกพืชทั้งต้นไม้ประเภทไม้ล้มลุก ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่
                  และเพิ่มแหล่งน้ าผิวดิน 8) การอนุรักษ์ ฟื้นฟู การปลูกพืชผักและไม้ผลยืนต้นทนเค็มประจ าถิ่นไว้เป็นพืชอาหาร

                  ธรรมชาติที่ปลอดสารพิษมีคุณค่าสูงทางโภชนาการและมีสรรพคุณทางยาที่มีความเข้มข้นสูง โดยปลูกบนพื้นที่

                  ดอน บริเวณหัวไร่ปลายนา คันนา รวมทั้งแปลงนาที่สามารถรดน้ าได้สะดวกและเพียงพอ 9) การเจาะบ่อน้ า
                  บาดาลที่ได้น้ าไม่เค็มไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดินเค็ม ด้วยศึกษาแผนที่ทรัพยากรน้ าบาดาลหรือใช้ภูมิปัญญาใน

                                                              162
   182   183   184   185   186   187   188   189   190   191   192