Page 188 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 188

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                   ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  การหาแหล่งน้ าบาดาลที่มีปริมาณน้ ามาก เป็นน้ าจืดมีปริมาณมากและอยู่ในระดับตื้น เช่น บริเวณที่มีจอมปลวก
                  ขนาดใหญ่และยังมีสังคมปลวกอาศัยอยู่หรือบริเวณที่ต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เจริญเติบโต ใบเขียวทั้งปี หรือมี

                  ต้นหญ้าเจริญเติบโตดี โดยใช้เทคโนโลยีเจาะน้ าบาดาล 10) การท าท านบดินกันไม่ให้น้ าเค็มไหลผ่านพื้นที่เพื่อ

                  ป้องกันการแพร่กระจายดินเค็ม 11) ท าร่องน้ าหรือขุดสระน้ าในพื้นที่ดินเค็ม เพื่อให้น้ าเค็มได้ไหลมารวมกันเป็น
                  แห่งๆ ไปจากนั้นบ าบัดน้ าเค็มโดยใช้มูลสัตว์ทั้งมูลโค กระบือ สุกร ใส่ลงไปในน้ าเค็มเพื่อให้เป็นอาหารของพืชน้ า


                  5. การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินเค็มตามภูมิปัญญาของชุมชน

                         การใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มในระดับเค็มน้อยถึงระดับเค็มมาก

                         5.1 การใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร
                             การใช้พื้นที่เพาะปลูกพืชในช่วงฤดูฝน การปลูกข้าว การผลิตผักพื้นเมืองซึ่งเป็นพืชผักที่เกิดขึ้น

                  ตามธรรมชาติและเน้นการผลิตพืชผักตามฤดูกาล การผลิตปศุสัตว์ในพื้นที่ดินเค็ม การจับและการเลี้ยงสัตว์น้ า
                  การจับและเพาะเลี้ยงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ า ได้แก่ กบ เขียด อึ่งอ่าง การเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ แมลงดานา

                  มดแดง แมลงกินูน และแมลงในน้ าอื่น

                         5.2 การใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มในระดับเค็มจัด
                            1) การใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร ได้แก่ พื้นที่นี้ในฤดูฝนไม่สามารถปลูกข้าวอย่างได้ผลแม้ว่าจะมี

                  การปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ทนเค็มก็ตามหากพื้นที่นั้นเป็นที่ดอนและขาดแคลนน้ าแต่สามารถใช้ประโยชน์ได้

                  ดังนี้ (1) เป็นแหล่งหาอาหารจากแมลงและสัตว์น้ าธรรมชาติที่ (2) ปลูกพืชทนเค็ม (3) พืชผักพื้นบ้านและไม้ผล
                  ยืนต้นทนเค็มเพื่อใช้เป็นอาหาร (4) ไม้ยืนต้นตามธรรมชาติที่สามารถใช้ท าฟืนและถ่านหุงต้มที่มีคุณภาพสูง

                  (5) หญ้าที่ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงโคและกระบือ (6) การเลี้ยงปศุสัตว์ (7) เป็นแหล่งปลูกผักได้นานาชนิด
                  (8) ปลูกป่าธรรมชาติโดยใช้พืชทนเค็มมาก เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและการเจริญพันธุ์ของแมลงที่สามารถใช้เป็น

                  อาหารของมนุษย์

                            2) การใช้ประโยชน์ที่ไม่ใช่การเกษตร ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ ดังนี้ (1) ใช้เป็นพื้นที่ผลิตเกลือสินเธาว์
                  ทั้งแบบต้มและนาเกลือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้ในครัวเรือนและเพื่อจ าหน่าย (2) เป็นแหล่งวัตถุดิบใน

                  การผลิต ดินโคลนเค็มพอกหน้าตัว ขัดผิวร่างกาย รักษาอาการแผลบาดเจ็บ (3) เป็นสถานที่นวดร่างการ (สปา)
                  (4) เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาดูงานการจัดการและการใช้ประโยชน์นิเวศดินเค็ม เพื่อศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน

                  ในพื้นที่ดินเค็มจัด (5) เป็นพื้นที่ไม้พุ่มทรงเตี้ยปกคลุมดิน การรักษาความชื้นของผิวดินเพิ่มอินทรียวัตถุ (8) ใช้

                  ประโยชน์อื่นๆ เช่น สถานที่ตั้งแผงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซล่าเชลล์และสิ่งสาธารณูปโภคและ
                  สาธารณูปการต่างๆ


                  สรุป

                         จากการส ารวจ รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ ประมวลผลและน าเสนอสาระข้อมูลที่เป็นองค์ความรู้ ทักษะ

                  ประสบการณ์ด้านวิธีการจัดการและการใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มระดับต่างๆ ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถ
                  สรุปได้ 3 ประเด็นดังต่อไปนี้





                                                              163
   183   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193