Page 185 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 185

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                   ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                         3 เทียบเคียงความหมายของค าตอบจากหมอดินอาสาที่เป็นครูภูมิปัญญากับองค์ความรู้ทางวิชาการ
                  เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่ดินเค็มเพื่อการอภิปรายผลการศึกษาและน าผลการศึกษาไปใช้เป็นพื้นฐานส าหรับการ

                  ต่อยอดในการวางแผนและด าเนินการจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

                  ที่ยั่งยืนต่อไป


                  ผลการศึกษาวิจัย
                  1. สภาพทั่วไปของหมอดินอาสาที่เป็นครูภูมิปัญญาที่ให้ข้อมูล

                         1. เพศ หมอดินอาสาที่เป็นครูภูมิปัญญาที่ให้สาระข้อมูลถ่ายทอดประสบการณ์การจัดการพื้นที่ดินเค็ม

                  เป็นชาย 28 คน หญิง 3 คน
                         2. อายุ สูงสุด 74 ปี ต่ าสุด 41 ปี และเฉลี่ย 59.9 ปี

                         3. อายุการเป็นหมอดินอาสา สูงสุด 18 ปี ต่ าสุด 5 ปี และเฉลี่ย 11 ปี และส่วนใหญ่มีอายุ 61-70 ปี
                         4. ระดับการศึกษา ส าเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 4 และบางส่วนส าเร็จการศึกษาระดับ

                  มัธยมศึกษาและระดับปริญญาตรี

                         5. จ านวนสมาชิกในครัวเรือนและอายุ สมาชิกในครัวเรือนมีทั้งหมดสูงสุด 8 คน ต่ าสุด 3 คน เฉลี่ย
                  4.6 หรือประมาณ 5 คน สมาชิกในครัวเรือนที่อยู่ในวัยแรงงานซึ่งมีอายุระหว่าง 15-35 ปี มีจ านวน 1 คน อายุ

                  ระหว่าง 36-56 ปี มีจ านวน 1 คนและอายุระหว่าง 57-65 ปี มีจ านวน 2 คน

                         6. อาชีพหลัก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จ าเป็นและครัวเรือนขาดการกระท าไม่ได้ เกษตรกรรมท านาปลูกข้าว
                  นาปี ปลูกพืชผักในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี และมีอาชีพรอง ได้แก่ รับจ้างในภาคการเกษตรรับจ้างทั่วไป

                  ท างานมีเงินเดือน และค้าขาย ดังรายละเอียดใน ตารางที่ 1


                  2. สาเหตุการเกิดและการแพร่กระจายดินเค็มในพื้นที่ท าการเกษตรของชุมชน

                         1) การผลิตเกลือสินเธาว์ที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการทิ้งเศษดินเค็มที่เหลือจากการต้มเกลือ
                  น้ าเกลือซึมลอดคันนาไปสู่แปลงอื่นๆลงในแปลงนา และปล่อยน้ าเค็มซึมแพร่กระจายผ่านลอดคันนาไปสู่พื้นที่

                  แปลงอื่น การต้มเคี่ยวน้ าเกลือ แล้วปล่อยทิ้งเศษ (ตะกอนเกลือ) ลงบนพื้นที่ 2) การตัดต้นไม้ยืนต้นที่มีขนาด
                  ใหญ่ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่ดอนหรือพื้นที่ราบชายเขา ท าให้ขาดพืชดูดซับน้ าไว้ รวมทั้งการรักษา

                  ความชื้นของหน้าดิน 3) พื้นที่มีชั้นหินเกลืออยู่ใต้ดินเป็นจ านวนมาก หากหากการเตรียมดินด้วยการขุดหน้าลึก

                  หน้าดินลึกมากและเมื่อมีน้ าท่าไหลผ่านอย่างรุนแรงก็จะถูกชะล้างจะเห็นก้อนเกลือโผล่เหนือผิวดินหรือเกือบอยู่
                  ใกล้ผิวดิน 4) การเกิดภาวะอากาศแห้งและขาดแคลนน้ าซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ท าให้หน้าดินแห้งและ

                  เกลือใต้ดินเคลื่อนที่มากับน้ าใต้ดินขึ้นสู่ผิวดิน 5) สภาพภูมิประเทศที่มีหินเกลืออยู่ด้านล่างเป็นที่แอ่งและลุ่มต่ า
                  น้ าเกลือระบายออกจากพื้นที่ได้ช้า 6) การขุดบ่อน้ าขนาดเล็กในพื้นที่บนพื้นที่เป็นแอ่งแล้วสะสมเกลือที่น้ าพา

                  มาจากที่สูงกว่า 7) พื้นที่บริเวณนั้นมีชั้นหินเกลือหรือหินอมเกลือ (salt dome) อยู่ใต้ผิวดินเป็นจ านวนมาก มี

                  การไถพรวนและท าลายหน้าดินพื้นที่ลึกเกิน 8) การใช้ปุ๋ยเคมีไปในพื้นที่เพาะปลูกในปริมาณมากเกิน 9) การ
                  เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณที่ดอนหรือพื้นที่ชายเขาเป็นพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ

                  10) การสร้างแหล่งน้ าและทางเดินของน้ าบนพื้นที่ดินเค็ม


                                                              160
   180   181   182   183   184   185   186   187   188   189   190