Page 217 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 217
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
กระจายคลุมดิน ช่วยลดการกระแทกของเม็ดฝน และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดิน และทิ้งเศษซากพืชชนิด
ที่สองไว้เป็นวัสดุคลุมดิน ทำให้มีน้ำหนักแห้งของเศษซากพืชรวมกันสูงถึง 1.6 ตันต่อไร่ต่อปี สามารถปลูกพืช
ฤดูใหม่บนเศษซากของพืชโดยไม่ต้องไถพรวน ข้อดีของพืชที่แนะนำแต่ละชนิด คือ ถั่วพร้า มีความทนทาน
ต่อร่มเงาของพืชปลูกร่วมได้ดี ลำต้นเป็นพุ่ม ไม่เลื้อยพันต้นพืชที่ปลูกร่วม สามารถคลุมดินได้ดี จึงช่วยลด
จำนวนวัชพืชในฤดูฝนได้ แต่เมล็ดแห้งของถั่วพร้าไม่สามารถบริโภคได้เหมือนถั่วแดง และถั่วแปะยี ที่มีลำต้น
เลื้อยพันต้นพืชที่ปลูกร่วม ซึ่งเป็นข้อเสีย จึงแนะนำให้ใช้ไม้ตีเถาต้นถั่วลงเบาๆ เพื่อช่วยให้ต้นถั่วเจริญปกคลุม
ผิวดินได้ดีขึ้น อย่างน้อย 2 ครั้ง ต่อฤดูปลูกซึ่งง่ายต่อการปฏิบัติมากกว่าการกำจัดวัชพืช ช่วยลดค่าใช้จ่ายใน
การใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช แต่พบว่า จะได้ผลผลิตน้อยกว่า และเมล็ดถั่วมีขนาดเล็กกว่า ในขณะที่ การปลูก
ข้าวโพดแบบเหลื่อมฤดูกับถั่วที่มีการกำจัดวัชพืชด้วยสารเคมี หรือใช้แรงงานจำนวนมาก แต่ได้ผลผลิตถั่ว
มากกว่า และเมล็ดถั่วมีขนาดใหญ่กว่า
การศึกษาเพื่อจัดการปลูกพืชเหลื่อมฤดู พบว่า หากต้องการปลูกถั่วพุ่ม ถั่วนิ้วนางแดง เหลื่อมฤดูใน
ข้าวโพด ควรปลูกถั่วนิ้วนางแดงเหลื่อมฤดูในข้าวโพดที่อายุ 80 วัน โดยไม่มีการตัดยอด จะให้ผลตอบแทนสูง
มากกว่าการปลูกข้าวโพดเป็นพืชเดี่ยว (สุฐิดา, 2543) และการปลูกถั่วแปยีเหลื่อมฤดูในข้าวโพด ควรปลูกหลัง
การปลูกข้าวโพดแล้ว 60 วัน จะให้ผลผลิตสูงสุด
ภาพแสดงระบบการปลูกพืชเหลื่อมฤดู
10.3.5 ระบบการปลูกพืชคลุมดิน (Cover cropping)
การปลูกพืชคลุมดิน หมายถึง การปลูกพืชคลุมดิน ซึ่งอาจเลือกปลูกพืชวงศ์หญ้า หรือพืชวงศ์
ถั่วคลุมดิน ซึ่งเมื่อปลูกแล้วจะปกคลุมผิวหน้าดิน ช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงบำรุงดิน
ควบคุมวัชพืช ช่วยปรับสภาพแวดล้อมบริเวณปลูกพืชให้เหมาะสม เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และปรับปรุงสมบัติ
ทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น
พืชคลุมดิน คือ พืชที่ปลูก หรือหว่านให้มีการเจริญเติบโตอย่างหนาแน่น มีใบหนา มีระบบรากแน่น
สำหรับคลุม หรือยึดดิน หรือเจริญคลุมพืชทุกอย่างที่อยู่บนดิน ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ดินมีสิ่งรองรับแรงปะทะ และ
พัดพาจากกระแสน้ำและกระแสลม
ข้อควรพิจารณาในการเลือกพืชคลุมดิน
1. เป็นพืชที่มีอายุหลายปี เพื่อที่จะไม่ต้องปลูกบ่อยครั้ง
2. เป็นพืชที่มีรากแน่น แผ่สาขาออกไปได้มาก จะช่วยยึดเหนี่ยวเม็ดดินให้ติดกัน ไม่พังทลายได้ง่าย
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 189
กรมพัฒนาที่ดิน

