Page 200 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 200

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





             3.  ตั้งกองปุ๋ยเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้มีความสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร แล้วใช้วัสดุคลุมกองให้มิดชิด

                เพื่อรักษาความชื้นในกองปุ๋ยระหว่างการหมัก
             4.  กลับกองปุ๋ย และควบคุมความชื้นในระหว่างการหมัก 40-50 เปอร์เซ็นต์

             5.  หมักกองปุ๋ยเป็นเวลา 10-15 วัน หรือจนกระทั่งอุณหภูมิภายในกองปุ๋ยลดลงเท่ากับภายนอกกองปุ๋ย

                จึงนำไปใช้ได้

                    9.3.2 การผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตรฟอสฟอรัส

                             ผลิตจากหินฟอสเฟต ซึ่งมีปริมาณฟอสฟอรัสสูง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพืช

             หมักกับปุ๋ยหมัก รำข้าว เพื่อช่วยในการดูดซับความชื้นและปรับลักษณะเนื้อวัสดุหมักให้เหมาะสมและใช้จุลินทรีย์
             ซุปเปอร์ พด.9 ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ละลายหินฟอสเฟตให้อยู่ในรูปฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืช


             ส่วนผสมที่ใช้ในการผลิต ปริมาณ 100 กิโลกรัม

              หินฟอสเฟต                                         80     กิโลกรัม

              รำข้าว                                            10     กิโลกรัม
              ปุ๋ยหมัก                                          10     กิโลกรัม

              จุลินทรีย์ซุปเปอร์ พด.9                            1     ซอง


             ขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตรฟอสฟอรัส
             1.  ผสมหินฟอสเฟต รำข้าว และปุ๋ยหมักตามส่วนผสมให้เข้ากัน

             2.  นำจุลินทรีย์ซุปเปอร์ พด.9 จำนวน 1 ซอง เทลงในน้ำ 20 ลิตร คนประมาณ 5-10 นาที นำไปรดลงบน กองวัสดุ

                ในข้อ 1 คลุกเคล้าให้ทั่วกองเพื่อปรับความชื้นให้สม่ำเสมอทั่วกอง
             3.  ตั้งกองปุ๋ยเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้มีความสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร แล้วใช้วัสดุคลุมกองให้มิดชิด

                เพื่อรักษาความชื้น
             4.  หมักกองปุ๋ยเป็นเวลา 4-5 วัน จึงนำไปใช้ได้


             9.3.3 ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง

             1.  เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีธาตุอาหารพืชสูง

             2.  เป็นแหล่งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุแก่พืช
             3.  มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดินและพืช

             4.  การปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชแบบช้า ๆ ทำให้ลดการสูญเสียธาตุอาหาร

             5.  เป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยเคมี
             6.  เกษตรกรสามารถผลิตใช้เองได้









             172       คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   195   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205