Page 56 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 56

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                  ความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 2-3 ตันต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร สมบูรณ์ (16-16-8) ประมาณ
                  20-30 กิโลกรัมต่อไร่ หรือถ้าใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวอาจใช้ปุ๋ยอัตราสูงประมาณ 75-100 กิโลกรัมต่อไร่

                                 การใช้ปุ๋ยเคมีเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจนในดินทราย มีข้อควรพิจารณา คือ
                                        - ควรแบ่งใส่หลายๆ ครั้ง
                                        - ใส่ปุ๋ยประเภทที่ละลายน้ าออกมาใช้เป็นประโยชน์ได้ช้า
                                        - ควรใส่อินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เศษพืชฯลฯ เพื่อยึดธาตุอาหารไว้ไม่ให้
                  ถูกชะล้างได้ง่าย และเป็นการเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ าของดินด้วย

                                        - ควรใช้วัสดุคลุมดิน เช่นฟางข้าว แกลบ เศษวัสดุต่างๆ หรือคลุมด้วยพลาสติก
                  เพื่อรักษาความชื้นในดิน
                         3.5.2 กำรจัดกำรดินทรำยชั้นดำน

                         เนื่องจากดินชนิดนี้เป็นดินที่ไม่มีดินเหนียวผสมอยู่ จึงเป็นดินที่มีคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมี
                  ไม่ดี อินทรียวัตถุ การอุ้มน้ า และการสะสมธาตุอาหารพืชมีขีดจ ากัดมาก เนื่องจากการสูญเสียธาตุอาหารพืช
                  มีสูง จากการมีประสิทธิภาพในการอุ้มน้ าของดินนี้ไม่ดี ท าให้สภาพบริเวณนี้เปรียบเสมือนเป็นเขตแห้งแล้ง
                  โดยเฉพาะในฤดูแล้งดินจะมีอุณหภูมิสูง ซึ่งเป็นปัญหาต่อการงอกและการเจริญเติบโตของพืช แต่ในฤดูฝน

                  บริเวณนี้จะฝนตกชุกและบางแห่งมีน้ าท่วมขัง
                         สิ่งส าคัญในการจัดการดินชนิดนี้เพื่อการเกษตรกรรม คือ การคัดเลือกชนิดพืชที่ปลูกซึ่งจะต้องเป็น
                  พืชทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง พืชที่สามารถปลูกได้ผลดี คือ มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ ยาสูบ แตงโม
                  กะหล่ าปลี และกระทกรกฝรั่ง แต่จะต้องใส่ปุ๋ยในอัตราสูงและพอเพียง พืชอีกชนิดหนึ่งที่มีแนวโน้มที่ดี คือ

                  ถั่วมะแฮะ
                         จากการที่ดินชนิดนี้มีธาตุอาหารต่ า การใช้ปุ๋ยอัตราสูงและการแบ่งใส่ปุ๋ยจึงเป็นปัจจัยส าคัญ อัตรา
                  ปุ๋ยควรสูงกว่าการปลูกในดินธรรมดา เช่น ปลูกยาสูบ ควรใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ประมาณ 10-15 กิโลกรัมต่อไร่
                         นอกจากนั้นการจัดการดินชนิดนี้ส าคัญ คือการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพราะปุ๋ยอินทรีย์เหล่านี้

                  สามารถเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารให้แก่พืช ลดอุณหภูมิในดิน เพราะความชื้นในดินจะสามารถอยู่ใน
                  ดินได้นานกว่าเมื่ออินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น
                         การจัดการน้ าก็เป็นปัจจัยส าคัญอีกปัจจัยหนึ่งในการใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกพืชของดินชนิดนี้

                  ทั้งนี้เนื่องจากความสามารถในการอุ้มน้ าของดินต่ าและอัตราการซึมผ่านของน้ าในดินชนิดนี้สูงมาก ฉะนั้น
                  ระบบการชลประทานที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจ าเป็น การใช้น้ าแบบหยดและการให้น้ าแบบพ่นฝอยซึ่ง
                  สามารถควบคุมปริมาณน้ าได้ เป็นการชลประทานที่เหมาะสมต่อการจัดการน้ าในดินชนิดนี้
                         การรักษาความชื้นในดินโดยการใช้วัสดุคลุมดินเป็นสิ่งจ าเป็น การใช้ฟางข้าว และเศษพืชบางชนิด
                  พบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาความชื้นในดินได้ดี และสามารถลดอุณหภูมิในดิน นอกจากนี้พบว่า

                  พลาสติกสีขาวสามารถใช้เป็นวัสดุคลุมดินได้ดีพอๆ กับการคลุมดินด้วยฟางข้าว

                  3.6 สรุปและข้อเสนอแนะ

                         ดินทรายเป็นปัญหาส าคัญที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรดินในประเทศไทย ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 6 ล้านไร่
                  เนื่องจากการเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินเกิดขึ้นได้ทั้งจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เช่น ลักษณะของ
                  หินต้นก าเนิดดิน ลม ฝน อุณหภูมิ และอื่นๆ ซึ่งยากต่อการควบคุม นอกจากนี้ยังเกิดจากมนุษย์เป็นผู้กระท า






                                               สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย                  41
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60   61