Page 54 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 54
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ภำพที่ 3.6 การใช้วัสดุคลุมดิน (Mulching)
3.5 กำรจัดกำรดินทรำยเพื่อใช้ประโยชน์ทำงกำรเกษตร
3.5.1 กำรจัดกำรดินทรำยจัด
ในอดีตพื้นที่ดินทรายมักถูกทอดทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า แต่ในปัจจุบันเนื่องจากจ านวนประชาการได้
เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงท าให้ประชากรบางส่วนจ าเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่เหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยและท ามา
หากิน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรที่อาศัยอยู่บนพื้นที่ดินทรายเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะยากจนเนื่องจากการปลูกพืช
ให้ผลผลิตต่ าไม่คุ้มทุนเสี่ยงต่อการลงทุนลงแรง ท าให้เกษตรกรในวัยแรงงานอพยพเข้าเมืองเพื่อขายแรงง
งาน จนเกิดปัญหาสังคมในปัจจุบัน
การจัดการดินทรายเพื่อน ามาใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรมสามารถจะแบ่งออกตามลักษณะ
พื้นที่และลักษณะของพืชได้ดังนี้
1) ใช้ปลูกพืชไร่บางชนิด ส าหรับดินทรายที่พบในที่ดอนมีการระบายน้ าดีสามารถปลูกพืช
ไร่ได้หลายชนิด เช่น
ข้ำวไร่ ในบางกรณี เกษตรกรมีความจ าเป็นต้องปลูกข้าวเพื่อไว้ใช้กินในครอบครัว โดยเฉพาะส่วนที่
เป็นนาดอนดินทราย (ชุดดินอุบล) ควรท านาหยอดจะเหมาะสมกว่านาด า เพราะข้าว นาหยอดมีความ
ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดีกว่า ควรหยอดเป็นแถวเพื่อสะดวกในการปราบวัชพืช และควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์
อัตรา 1-2 ตันต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่อย่างน้อย 2 ครั้ง
ปอแก้ว ควรใช้ปุ๋ยเคมี N-P 2O5-K2O อัตรา 8-8-8 กิโลกรัมต่อไร่ หรือใช้ปุ๋ย N-P2O5-K2O อัตรา
8-4-8 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ หรือใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15
อัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1-3 ตันต่อไร่ โดยการโรยข้างแถวหลังปลูก 1 เดือน
ถั่วลิสง ควรใช้ปุ๋ยเคมี N-P2O5-K2O อัตรา 3-9-6 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยสูตร 8-24-16 อัตรา 30
กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยครั้งแรกใส่รองก้นหลุมก่อนปลูกและใส่
ครั้งที่สองเมื่อพืชอายุ 20 วัน
สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย 39
กรมพัฒนาที่ดิน

