Page 53 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 53

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



















                ภำพที่ 3.3 การผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์

                      3.4.3 พัฒนำแหล่งน้ ำและศึกษำระดับควำมชื้นในดิน เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินมีประสิทธิภาพ
               นอกจากพัฒนาแหล่งน้ าให้เพียงพอแล้ว ควรมีการศึกษาระดับความชื้นในดิน (Soil moisture regimes) ใน
               รอบปีว่าในช่วงไหนบ้าง ดินแต่ละชนิดมีความชื้นเพียงพอที่จะปลูกพืชได้ เพื่อน ามาพิจารณาจัดระบบการ

               ปลูกพืชให้เหมาะสม                                                                                                          ภำพที่ 3.6 การใช้วัสดุคลุมดิน (Mulching)
                      การพัฒนาแหล่งน้ าเป็นสิ่งส าคัญช่วยในการใช้ประโยชน์ที่ดินมีประสิทธิภาพในภาค
               ตะวันออกเฉียงเหนือ นั้น การพัฒนาแหล่งน้ าขนาดเล็กและขนาดกลาง ควรจะได้รับการพิจารณา เพราะ                                  3.5 กำรจัดกำรดินทรำยเพื่อใช้ประโยชน์ทำงกำรเกษตร

               สภาพพื้นที่ทั่วไปของภาคนี้เหมาะสมในการพัฒนาแหล่งน้ าขนาดเล็ก และเพื่อให้การพัฒนาแหล่งน้ าได้                                     3.5.1 กำรจัดกำรดินทรำยจัด
               กระจายไปทั่วถึงและใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีการสร้างบ่อน้ าหรืออ่างเก็บน้ าขนาดเล็ก เพื่อ                               ในอดีตพื้นที่ดินทรายมักถูกทอดทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า แต่ในปัจจุบันเนื่องจากจ านวนประชาการได้
               จะได้ใช้ในการเพาะปลูกในช่วงขาดน้ าหรือช่วงฤดูแล้ง                                                                         เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงท าให้ประชากรบางส่วนจ าเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่เหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยและท ามา
                                                                                                                                         หากิน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรที่อาศัยอยู่บนพื้นที่ดินทรายเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะยากจนเนื่องจากการปลูกพืช
                                                                                                                                         ให้ผลผลิตต่ าไม่คุ้มทุนเสี่ยงต่อการลงทุนลงแรง ท าให้เกษตรกรในวัยแรงงานอพยพเข้าเมืองเพื่อขายแรงง
                                                                                                                                         งาน จนเกิดปัญหาสังคมในปัจจุบัน
                                                                                                                                                การจัดการดินทรายเพื่อน ามาใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรมสามารถจะแบ่งออกตามลักษณะ

                                                                                                                                         พื้นที่และลักษณะของพืชได้ดังนี้
                                                                                                                                                        1) ใช้ปลูกพืชไร่บางชนิด ส าหรับดินทรายที่พบในที่ดอนมีการระบายน้ าดีสามารถปลูกพืช
                                                                                                                                         ไร่ได้หลายชนิด เช่น
                                                                                                                                                ข้ำวไร่ ในบางกรณี เกษตรกรมีความจ าเป็นต้องปลูกข้าวเพื่อไว้ใช้กินในครอบครัว โดยเฉพาะส่วนที่

                                                                                                                                         เป็นนาดอนดินทราย (ชุดดินอุบล) ควรท านาหยอดจะเหมาะสมกว่านาด า เพราะข้าว นาหยอดมีความ
                                                                                                                                         ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดีกว่า ควรหยอดเป็นแถวเพื่อสะดวกในการปราบวัชพืช และควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์
                                                                                                                                         อัตรา 1-2 ตันต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่อย่างน้อย 2 ครั้ง
                                                                                                                                                ปอแก้ว ควรใช้ปุ๋ยเคมี N-P2O5-K2O อัตรา 8-8-8 กิโลกรัมต่อไร่ หรือใช้ปุ๋ย N-P2O5-K2O อัตรา
                ภำพที่ 3.4 พัฒนาแหล่งน้ า                                                                                                8-4-8 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ หรือใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15
                                                                                                                                         อัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1-3 ตันต่อไร่ โดยการโรยข้างแถวหลังปลูก 1 เดือน

                      3.4.4 แนะน ำส่งเสริมให้เกษตรกรรู้จักสงวนควำมชุ่มชื้นในดินในรูปของกำรใช้วัสดุคลุมดิน                                       ถั่วลิสง ควรใช้ปุ๋ยเคมี N-P2O5-K2O อัตรา 3-9-6 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยสูตร 8-24-16 อัตรา 30
               (Mulching) ในบางประเทศได้มีการใช้วิธีการสงวนความชื้นในรูปแบบการใช้วัสดุคลุมดินกันอย่าง                                    กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยครั้งแรกใส่รองก้นหลุมก่อนปลูกและใส่
               แพร่หลายและได้ผล เช่นในประเทศเกาหลีใต้ ใช้พลาสติกคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นในดินและป้องกันการ                              ครั้งที่สองเมื่อพืชอายุ 20 วัน
               ชะล้างพังทลายของดิน แต่ในประเทศไทยถ้าใช้พลาสติกต้องลงทุนสูง ควรใช้ฟางข้าวซึ่งมีอยู่ทั่วไปเป็นวัสดุ

               คลุมดิน และควรใช้กับการท าการเกษตรแบบประณีต (Intensive farming) เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะไม่คุ้ม
               ค่าแรงและการลงทุน


              38       สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย

                       กรมพัฒนาที่ดิน
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58