Page 49 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 49

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




               3.1 ประเภทของดินทรำย                                                                                                             จากคุณสมบัติต่างๆ ของดินท าให้ทราบว่าดินชนิดนี้มีศักยภาพในการเกษตรต่ ามากและอาจเกิด
                      ดินทรายสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้คือ                                                                     ปัญหาอย่างมากในด้านการจัดการดิน เมื่อน าไปใช้ในการเกษตรมีปัญหาที่ส าคัญคือ ขาดธาตุอาหารพืชอย่าง

                      3.1.1 ดินทรำยจัด หมายถึงดินที่เนื้อดินบนเป็นดินทราย หรือดินทรายร่วน และหนากว่า 50                                  มาก ดินมีความสามารถในการดูดยึดแร่ธาตุและความชุ่มชื้นได้ต่ ามาก ในฤดูฝนบางแห่งระดับน้ าใต้ดินอยู่
               เซนติเมตร เท่าที่พบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้                                                                    ตื้นมาก แต่จะขาดความชื้นอย่างรวดเร็วเมื่อกระทบแล้ง และมีชั้นดานแข็งเกิดอยู่ตื้นก็จะขัดขวางการ
                           1) ดินทรายที่มีเนื้อดินเป็นทรายหรือทรายร่วนหนากว่า 50 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 1 เมตร จาก                         เจริญเติบโตและการชอนไชของรากพืช
               ผิวดิน ส่วนดินชั้นล่างลงไปจะเหนียวขึ้น ดินทรายกลุ่มนี้พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
                           2) ดินทรายที่มีเนื้อดินเป็นทรายหรือทรายร่วนหนากว่า 1 เมตร แต่ไม่เกิน 2 เมตร คือภายใน                          3.2 บริเวณที่พบดินทรำย

               2 เมตร จะพบชั้นดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทรายเกิดขึ้น ดินทรายกลุ่มนี้พบมากเช่นเดียวกับกลุ่มแรก                                     ปราโมทย์และคณะ (2556) ได้รายงานว่า ดินทรายพบทั่วไปในทุกภาคของประเทศ แต่พบมากใน
                           3) ดินทรายที่มีเนื้อดินเป็นทรายและทรายร่วนหนากว่า 2 เมตร ซึ่งพบเป็นพื้นที่ไม่มากนัก                           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพบทั่วไปในภาคตะวันออก จังหวัดชายฝั่งทะเล และพื้นที่เนินทราย มีเนื้อที่
                      จากลักษณะที่กล่าวมา พบว่าเนื้อดินจะเป็นทรายปะปนอยู่ตั้งแต่ผิวดินลงไปจนถึงความลึกเกินไป                             รวม 12,544,293 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 23 24 41 42 43  และกลุ่มชุดดินที่ 44 ดินทราย สามารถแบ่ง

               กว่า 1 เมตร มีก าเนิดจากหินทราย (Sandston) ซึ่งแร่ควอตซ์ (quartz) เป็นส่วนประกอบส าคัญ เนื้อดิน                           ออกได้ดังนี้
               ค่อนข้างหยาบ มีสภาพเป็นกรด pH  ประมาณ 5-6 มีปริมาณธาตุอาหารตามธรรมชาติตลอดจน                                                     3.2.1 ดินทรายในพื้นที่ลุ่ม มีเนื้อที่ 3,006,825 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 23 และ 24
               ความสามารถในการดูดยึดธาตุอาหารต่ า มีอินทรียวัตถุต่ ามากโดยเฉลี่ยจะน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ คุณสมบัติ                              3.2.2 ดินทรายในพื้นที่ดอน เนื้อที่ 9,017,898 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 41 43 และ 44
               ทางกายภาพของดินไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืช บางแห่งมีการจับตัวเป็นชั้นดานแข็งขึ้นเสมอ บริเวณที่                                       3.2.3 ดินทรายในพื้นที่ดอนที่มีชั้นดานอินทรีย์ มีเนื้อที่ 519,570 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 42

               มีเนื้อดดินเป็นทรายละเอียดเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและการชอนไชของรากพืช เมื่อฝนตกจะเกิดน้ า
               ไหลบ่าไปบนผิวดินชะล้างเอาหน้าดินและธาตุอาหารไปด้วย                                                                        ตำรำงที่ 3.1  แสดงพื้นที่ดินทรายจัดตามรายภาค
                      3.1.2 ดินทรำยมีชั้นดำน พบมากบริเวณจังหวัดที่อยู่ติดฝั่งทะเลทั้งภาคใต้ และภาคตะวันออก                                                             รำยกำร                                     เนื้อที่ (ไร่)
               ประมาณ 7 แสนไร่ จะเกิดในสภาพแวดล้อมที่จ ากัด สภาพที่เหมาะสมส าหรับการเกิดดินชนิดนี้จะต้องมี                                    1.  ดินทรำยในพื้นที่ลุ่ม                                            3,006,825

               วัตถุต้นก าเนิดที่เป็นหินทราย ภูมิอากาศชุ่มชื้น และเป็นที่ราบ องค์ประกอบทางแร่ของดินเหล่านี้ มีแต่แร่ที่                                    ภาคเหนือ                                                  67,225
               ไม่สลายตัวหรือสลายตัวได้ยากมาก มีบางแห่งเท่านั้นเป็นดินค่อนข้างใหม่ พบมีแร่ที่สลายตัวบางชนิด                                                ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ                                   2,289,619
                                                                                                                                                                                                                     10,900
               เหลืออยู่ เช่น โพแทส (Potash) เฟลสพาร์ (Feldspars) และมัสโคไวท์ (Muscovite) ชนิดของแร่ดินเหนียว                                             ภาคกลาง                                                  568,822
                                                                                                                                                           ภาคตะวันออก
               ส่วนใหญ่จะเป็นคาโอลิไนท์ (Kaolinite) สภาพของดินทั่วไปเป็นกรด มีความสามารถในการแลกเปลี่ยน                                                    ภาคใต้                                                    70,259

               ประจุ (CEC) ต่ า มีเปอร์เซ็นต์ความอิ่มตัวด้วยประจุบวกที่เป็นด่าง (BS) ต่ า มีแร่ดินเหนียวน้อย อินทรียวัตถุ
               ในดินเป็นตัวส าคัญในขบวนการเปลี่ยนแปลงของดินและควบคุมการดูดยึดต่างๆ                                                              2. ดินทรำยในพื้นที่ดอน                                            9,017,898
                      ขบวนการเกิดของดินชนิดนี้ คือ การชะล้างเอาสารประกอบออร์กาโน เมทัลลิค (Organo –                                                        ภาคเหนือ                                                 882,937

               Metallic compounds) จากดินชั้นบน A ลงไปสะสมในดินชั้นล่างจนท าให้เกิดเป็นชั้นดานของชุดดินบ้าน                                                ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ                                   6,067,739
               ทอน (Bh) หรือ Spodic horizon โลหะธาตุที่จับตัวกับอินทรียวัตถุจะมีอะลูมินั่มเป็นส่วนใหญ่ และมีเหล็ก                                          ภาคกลาง                                                  958,396
               เพียงเล็กน้อย กรดฟูลวิคเป็นตัวส าคัญในการจับตัวของอะลูมินั่มและเหล็กการตกตะกอนของสารประกอบ                                                  ภาคตะวันออก                                              368,663
                                                                                                                                                                                                                    740,163
                                                                                                                                                           ภาคใต้
               ออร์กาโน เมทัลลิคในชั้นดาน อาจเกิดขึ้นเมื่อ C/AL+Fe atomic ratio อยู่ระหว่าง 4.0-13.6 แต่การแห้ง
               และเปียกของดินเป็นปัจจัยหนึ่งที่ท าให้เกิดการตกตะกอน ระดับน้ าใต้ดินก็มีอิทธิพลอย่างมากในการ                                      3. ดินทรำยในพื้นที่ดอนที่มีชั้นดำนอินทรีย์                         519,570

               ตกตะกอนและควบคุมต าแหน่งของชั้นดาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ตื้น ระหว่างเวลาที่ผ่านไปชั้นดาน                                               ภาคตะวันออก                                               54,880
               อาจจะเคลื่อนต่ าลง จนกระทั่งถึงระดับน้ าใต้ดิน ขณะเดียวกันดินชั้นล่างลงมาคือชั้น A 2 ก็จะหนาขึ้นเรื่อยๆ                                     ภาคใต้                                                   464,690
               เมื่อชั้นดานเคลื่อนลงจนถึงระดับน้ าใต้ดินก็จะหยุดอยู่แค่นั้น เมื่อชั้นนี้จับตัวเป็นชั้นดานแข็งพวก

               สารประกอบอินทรีย์ที่เคลื่อนย้ายลงมาใหม่ก็จะสะสมอยู่เหนือชั้นนี้และถ้าสะสมเป็นระยะเวลานานชั้นดาน                                                      รวมทั้งประเทศ                                12,544,293
               ก็จะขยายขึ้นข้างบนจนถึงชั้น A2 ได้ นอกจากจะมีการเคลื่อนย้ายสารประกอบออร์กาโนเมทัลลิคแล้ว บาง                              ที่มา : กรมพัฒนาที่ดิน (2553)
               แห่งพบว่า ดินพวกนี้มีการเคลื่อนย้ายแร่ดินเหนียว อนุภาคดินทรายแป้ง และฟอสฟอรัส จากนั้นดินบนลง
               ไปสะสมอยู่ในชั้นดาน



              34       สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย

                       กรมพัฒนาที่ดิน
   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54