Page 72 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 72

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





            ทุกปีเพื่อจัดการพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด 2.3 ล้านเฮกแตร์ตามแนวชายฝั่งของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย
            (Sutherland and Powell, 2000)

                   ในประเทศกำลังพัฒนา การผลิตทางการเกษตรเป็นสิ่งสำคัญของการดำรงชีวิตของผู้คนในชุมชนซึ่งต้อง
            พึ่งพาผลผลิตทางการเกษตรสำหรับตอบสนองต่อความต้องการอาหารในแต่ละวัน และในพื้นที่เหล่านี้จำนวน
            ประชากรมักจะหนาแน่นในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นดินเปรี้ยวจัดจำนวนมาก
            ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมด้วยการระบายน้ำออก (Shamshuddin et al., 2004; Kawahigashi et al.,
            2008) การกระทำดังกล่าวส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในดินเกษตรกรรมต่างๆ เนื่องจากการผลิตกรดซัลฟิวริกในดิน

            การสะสมของแร่ธาตุที่ปนเปื้อนหรือการขาดธาตุอาหารที่จำเป็นในดิน เช่น การขาดฟอสฟอรัส (Ren et al., 2004)
            (Fitzpatrick et al., 2008) ที่ทำให้สภาพแวดล้อมในดินไม่เอื้อต่อการเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง (Desmond, 2000;
            Gosavi et al., 2004) นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการเคลื่อนย้ายธาตุที่เป็นพิษภายในระบบดินสูง (Nordmyr et

            al., 2008) การศึกษาที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงในการกระจายตัวของโลหะอันเป็นผลมาจากการรั่วไหลจากดิน
            เปรี้ยวจัด พบว่าปริมาณอะลูมินัม โคบอลต์ แคดเมียม ทองแดง แมงกานีส นิกเกิล และสังกะสี ที่สามารถประเมิน
            ได้เพิ่มขึ้นในพื้นผิวและใต้พื้นผิวของตะกอนดินด้านล่าง (Fältmarsch et al., 2008; Nordmyr et al., 2008)
            เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการกระจายตัวของธาตุอาหารในดินไม่สม่ำเสมอและส่งผลต่อการผลิตและผลผลิตพืช

            นอกจากนี้ Sheoran and Sheoran (2006) รายงานว่าจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรียที่รีดิวซ์ซัลเฟต จะออกฤทธิ์กับ
            สารประกอบซัลไฟด์ในดินเปรี้ยวจัดและเปลี่ยนให้เป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งทำปฏิกิริยากับโลหะหนักจนเกิดเป็น
            ซัลไฟด์ของธาตุโลหะที่ไม่ละลายน้ำสูง ทำให้ดินเปรี้ยวจัดไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ (Maki et
            al., 2008) การประเมินการเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในดินแสดงให้เห็นว่าแบคทีเรียที่ตรึงไนโตรเจนแบบเฮเทอโรโทร

            ฟิคและเชื้อรามีความไวต่อปริมาณธาตุโลหะในดินเปรี้ยวจัด (Oliveira and Pampulha, 2006)
                   เมื่อพิจารณาถึงสภาพปัญหาและข้อจำกัดของดินเปรี้ยวจัด พบว่า ความเป็นกรดอย่างรุนแรงของดินเป็น
            สาเหตุสำคัญที่ทำให้การเจริญเติบโตของพืชและผลผลิตของพืชตกต่ำ เพราะทำให้ความเป็นประโยชน์ของธาตุ
            อาหารหลักของพืชลดลงหรือมีไม่พอเพียงต่อความต้องการของพืช ธาตุอาหารของพืชบางชนิดมีอยู่ในระดับต่ำ ส่วน

            ธาตุบางชนิดมีมากเกินความจำเป็นซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่
            จะต้องหาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวจัดเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาทาง
            เศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการใช้ทรัพยากรดินให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนต่อไป

                   4.2.2 ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
                   ดินเปรี้ยวจัดนั้นมีผลกระทบต่อระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นระบบทางภายภาพ เคมี หรือชีวภาพอย่างชัดเจน
            นอกจากมีผลต่อคุณภาพดินแล้ว ยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำและเกิดมลภาวะของน้ำ ในพื้นที่ดินเปรี้ยว
            จัด น้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด จะไม่สามารถนำไปใช้ในการอุปโภคหรือการเกษตรได้ ต้องมีการปรับปรุง
            คุณภาพน้ำ เสียค่าใช้จ่ายสูง อีกทั้งเกิดผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ เนื่องจากความเป็นกรดและสารพิษใน

            น้ำ นอกจากนั้นยังมีผลต่อคุณภาพของน้ำใต้ดิน อันเป็นผลมาจากการชะล้างกรดและสารพิษสู่ระบบน้ำใต้ดิน ทำให้
            น้ำมีคุณภาพเลว ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้อุปโภคหรือบริโภค สารไพไรต์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดสารพิษต่างๆ ใช้ปลูก
            ข้าวไม่ได้หรือทำให้คุณภาพน้ำและดินเสื่อมโทรม จนทำให้ผลผลิตของสัตว์น้ำที่เลี้ยงลดลงอย่างรวดเร็ว พืชพรรณ

            และสัตว์นานาชนิดเกิดผลกระทบอย่างมาก ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการสูญเสียความสวยงามที่มีอยู่ตามธรรมชาติ










              60       สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77