Page 76 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 76
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
บทที่ 5 แนวทางการจัดการดินเปรี้ยวจัดเพื่อการเพาะปลูกพืช
ดินเปรี้ยวจัด เป็นดินที่มีปัญหาและง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อดินและสภาพแวดล้อม
ดังนั้น ก่อนที่จะนำพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดหรือดินเปรี้ยวจัดแฝงมาใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร จำเป็นต้องคำนึงถึง
ข้อจำกัดจากสมบัติของดิน ลักษณะพื้นที่ สภาพการท่วมขังของน้ำ และประเด็นสำคัญ จำเป็นต้องมีวิธีการจัดการ
ดินและน้ำ ตลอดจนเลือกพืชที่เหมาะสม จึงจะสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิธีการจัดการดินเปรี้ยว
จัด เพื่อทำการเกษตรที่เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติที่เกี่ยวกับการจัดการดิน น้ำ และพืช มีดังนี้
5.1 การจัดการด้านดิน
จากข้อจำกัดด้านเคมี กายภาพ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน หากจะนำดินเปรี้ยวจัดมาใช้ปลูกพืช
จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ ดังนี้
5.1.1 การปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดิน
ดินเปรี้ยวจัดเป็นดินเหนียว การระบายน้ำและอากาศไม่ดี จึงเหมาะที่จะใช้ทำนา แต่ถ้าจะใช้ปลูก
พืชล้มลุกหรือไม้ผลควรปรับปรุงดินให้ร่วนซุยโดยการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน โดยการงดเผาตอซังข้าวร่วมกับการ
ปลูกและไถกลบพืชปุ๋ยสด ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และแกลบ เถ้าแกลบ ถ้าขุดหลุมปลูกก็ควรผสมปุ๋ยอินทรีย์ลงไปด้วย
ส่วนการไถพรวนควรทำในช่วงที่ดินไม่เปียกเกินไป มีการศึกษาอิทธิพลของปุ๋ยหมักฟางข้าวต่อการดูดธาตุอาหาร
และน้ำหนักแห้งของข้าวโพดที่ปลูกในดินเปรี้ยวจัดชุดดินรังสิตกรดจัดและชุดดินดินองครักษ์ พบว่า การใส่ปุ๋ยหมัก
ฟางข้าว (33.5 กรัมต่อกิโลกรัม) ร่วมกับปุ๋ยเคมี ทำให้ข้าวโพดที่ใช้เป็นพืชทดสอบดูดธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส
และโพแทสเซียม และให้น้ำหนักแห้งได้มากกว่าการใส่ปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุอาหารหลักเพียงอย่างเดียว (จงรักษ์และคณะ
, 2538) ทั้งนี้อาจเกิดจากปุ๋ยหมักช่วยทำให้สมบัติทางกายภาพดีขึ้น ดินมีการระบายน้ำและอากาศดีขึ้น และ
อินทรียวัตถุจากปุ๋ยหมักจะช่วยลดความเป็นพิษของอะลูมินัม (สุรศักดิ์ 2537; Brady and Weil, 2008) จึงทำให้
พืชดูดธาตุอาหารได้มากขึ้นและให้น้ำหนักแห้งได้มากกว่าในสองชุดดิน
1) การใส่อินทรียวัตถุ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับธาตุอาหารให้กับดิน และเป็นการ
เพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บรักษาความชื้น อาจเป็นทั้งในรูปของปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยพืชสด รวมทั้งเศษเหลือ
จากวัสดุโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ในรูปของปุ๋ยหมัก ควรใช้ในอัตรา 2-3 ตันต่อไร่ (สรสิทธิ์,
2535) ดังนั้น อินทรียวัตถุในดินเป็นตัวบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของดิน เนื่องจากเป็นแหล่งสำรองของธาตุ
อาหารพืช เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส กำมะถัน และจุลธาตุต่างๆ ซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาเมื่ออินทรียวัตถุย่อย
สลาย (Goh, 1980) การใช้ที่ดินในการผลิตพืชอย่างต่อเนื่องขาดการอนุรักษ์ดินและปรับปรุงดินที่ถูกวิธี จะมีผลต่อ
การเปลี่ยนสภาพและคุณสมบัติของดินอย่างมาก ดินจะมีปฏิกิริยาเป็นกรดรุนแรงขึ้น ปริมาณเกลือในดินเพิ่มขึ้น
สมบัติทางกายภาพเสื่อมลง เนื่องจากปริมาณอินทรียวัตถุในดินต่ำลง ทำให้หน้าดินจับตัวเป็นแผ่นแข็งเกิดดินดาน
ในชั้นไถพรวน เพื่อรักษาสมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางเคมีของดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืช จะต้องรักษา
ปริมาณอินทรียวัตถุในดินไม่ให้ลดลง โดยการเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์อย่างสม่ำเสมอ (กองปฐพีวิทยา, 2539)
2) การใช้พืชปุ๋ยสด พื้นที่ดินเปรี้ยวจัดชุดดินรังสิต การใส่ปูนตามความต้องการ (LR) ร่วมกับการไถ
กลบพืชปุ๋ยสดอัตรา 2 ตันต่อไร่ ช่วยปริมาณอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้นดีกว่าการใช้ปูนตามความต้องการ (LR) หรือการไถ
กลบพืชปุ๋ยสดเพียงอย่างเดียว (บรรเจิดลักษณ์, 2553) ปุ๋ยพืชสดที่นิยมปลูกในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด ได้แก่ ปอเทือง
โสนอัฟริกัน เป็นต้น การใส่ปุ๋ยพืชสดในดินมีผลต่อสมบัติของดิน 2 ประการ คือ เป็นแหล่งไนโตรเจนของพืช และ
64 สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

