Page 48 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 48

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



                         2) ยิปซัม
                            การใช้ยิปซัมปรับปรุงดินที่มีผลกระทบจากเกลือช่วยเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดินได้  การใช้

             ยิปซัมแก้ปัญหาดินเค็มและดินเค็มโซดิกในระบบการปลูกพืชต่าง  ๆ เช่น ระบบปลูกข้าวสาลี-ธัญพืช  ระบบ
             ข้าวโพด-ข้าวสาลี และแปลงไม้ผล  เป็นต้น มีรายงานในหลายประเทศ  เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย จีน ปากีสถาน
             และสหรัฐอเมริกา  เป็นต้น (Stevens et al., 2012; MacMillan and Marciak, 2001; Mukhopadhyay

             et al., 2021; Jamil et al., 2011) นอกจากนั้น การศึกษาการใช้ยิปซัมร่วมกับวัสดุชนิดอื่น  เช่น  การใช้มูล
             ไส้เดือนร่วมกับยิปซัม  (อัตราส่วน 1.2-3.6 : 16.82 ตันต่อเฮกตาร์) ปรับปรุงดินในแปลงปลูกถั่วฟาบา  ประเทศ
             อียิปต์ พบว่าช่วยเพิ่มปริมาณธาตุอาหารพืชที่จำเป็น  พร้อมทั้งปรับค่าความนำไฟฟ้าและความหนาแน่นรวมของ
             ดินให้ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับดินเดิมที่ไม่มีการปรับปรุงใด  ๆ (Rashed, 2020) การใช้ถ่านชีวภาพร่วมกับปุ๋ย
             มูลไส้เดือนอัตรา  3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักดินต่อกระถางร่วมกับยิปซัม  อัตรา 1.6 กรัมต่อกิโลกรัมดินปรับปรุง

             ดินเค็มและเค็มโซดิกในตะวันตกของประเทศอาเซอร์ไบจานพบว่าปริมาณธาตุฟอสฟอรัส  โพแทสเซียม  เหล็ก
             แมงกานีส สังกะสี และทองแดงในดินเพิ่มขึ้นอย่างมาก  (Rezapour et al., 2021) ทั้งนี้ เนื่องจากกิจกรรมของ
             จุลินทรีย์ที่มีผลทำให้เกิดการแปรสภาพของสารประกอบซัลเฟอร์ในยิปซัมให้เป็นกรดซัลฟิวริก  (sulfuric acid)

             ซึ่งทำให้ค่าพีเอชค่อย  ๆ ลดลงสู่ระดับที่เหมาะสมสำหรับพืช  (Machado and Serralheiro, 2017)
                                                                                   +
             สภาพแวดล้อมดังกล่าวยังช่วยลดปริมาณโซเดียมที่แลกเปลี่ยนได้  (exchangeable Na ) อย่างมาก (Mishra et
             al., 2019)
                         3) ถ่านชีวภาพ

                            การใช้ถ่านชีวภาพช่วยปรับปรุงสมบัติดินบางประการได้  โดย Sun et al. (2017) รายงาน
             ว่าเมื่อใช้ถ่านชีวภาพจากตอซังข้าวสาลีอัตรา  1-2 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักดินจะช่วยยับยั้งการสูญเสียไนโตรเจน
             ของปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไปในดินผ่านกระบวนการดีไนตริฟิเคชัน  (denitrification) ได้ นอกจากนั้น ถ่านชีวภาพช่วย

             เพิ่มผลผลิตของข้าวโพดและข้าวบาร์เลย์ที่ปลูกในระบบหมุนเวียนได้  รวมทั้งสมบัติดินด้านกายภาพและเคมีมี
             การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับแปลงที่ไม่มีการปรับปรุงดินใด  ๆ การใช้ถ่านชีวภาพทำ
             ให้ดินมีการอุ้มน้ำได้ดีขึ้น  ลดปริมาณเกลือในดิน  และทำให้ธาตุอาหารในดินเป็นประโยชน์มากขึ้น  (Sun et al.,
             2020) นอกจากนั้น การใช้ถ่านชีวภาพมีผลต่อการงอกและการเจริญเติบโตของข้าวสาลี  เนื่องจากถ่านชีวภาพ
             ช่วยลดความรุนแรงของเกลือในดินและส่งผลต่อการเจริญเติบโตของข้าวสาลีได้อย่างมาก  (Kanwal et al.,

             2018) ในขณะที่การทดสอบผลของถ่านชีวภาพในห้องทดลอง  พบว่าถ่านชีวภาพช่วยให้ดินดูดยึดปริมาณ
             ฟอสฟอรัสในดินได้ดี  ส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์อาบัสคิวลาร์ไมคอร์ไรซา  (Arbuscular mycorrhiza) ใน
             ดินเค็มโซดิก (pH 7.3) ทั้งนี้ เป็นผลอันเนื่องจากรูพรุนของถ่านชีวภาพจะช่วยดูดยึดโซเดียมไอออนเอาไว้  ส่งผล

             ให้รากพืชดูดใช้เกลือได้ในปริมาณที่ลดลง  (Hammer et al., 2015)
                         4) ซีโอไลท์
                            ซีโอไลท์เป็นวัสดุปรับปรุงดินที่นิยมนำมาใช้ปรับปรุงดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  เนื่องจากมี
             สมบัติพิเศษในการดูดยึดธาตุประจุบวกต่าง  ๆ รวมถึงโซเดียมไอออน  (Noori et al., 2006) การศึกษาการใช้

             ซีโอไลท์พบว่าสามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดินและผลผลิตข้าวบาเลย์ในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ
             ระดับเค็มน้อยจนถึงเค็มมาก  (3-16 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร)  ในประเทศญี่ปุ่นได้  นอกจากนี้ ยังมีงานศึกษาการใช้
             ซีโอไลท์ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำและการกำจัดเกลือในระบบน้ำทิ้งในประเทศต่าง  ๆ (Wen et al., 2018)
             เช่น อินโดนีเซียที่มีการใช้ซีโอไลท์กำจัดเกลือจากขั้นตอนการนำน้ำทะเลขึ้นมาใช้ประโยชน์  (Wibowo et al.,

             2017) เช่นเดียวกับออสเตรเลียและแคนาดาที่พบว่าการใช้ซีโอไลท์ช่วยลดปริมาณเกลือโซเดียมและธาตุประจุ
             บวกอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  (Wang et al., 2012; Paul et al., 2017)


              34       สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53