Page 18 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 18

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                         4




                                     ธาตุอาหารสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของต้นยางพารา ได้แก่
                                     1) ไนโตรเจน (N) เป็นธาตุอาหารที่มีความสำคัญมากต่อพืช เนื่องจากเป็น

                       ส่วนประกอบที่สำคัญของกรดอะมิโน โปรตีน นิวคลีโอไทด์ และคลอโรฟิลล์ สารเหล่านี้มีความสำคัญ
                       มากต่อกระบวนการเมตาโบลิซึมของพืชที่มีความสำคัญต่อการสังเคราะห์แสงและการเจริญเติบโตของ

                       พืช โดยไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่ยางพาราต้องการมาก ประมาณ 3-4 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก

                       ใบแห้ง อาการขาดธาตุอาหารไนโตรเจน ส่งผลให้การสร้างโปรตีนและคลอโรฟิลล์ลดลง ทำให้ใบ
                       ยางพารามีสีเหลืองและมีขนาดเล็ก ต้นยางอ่อนจะมีทรงพุ่มเล็ก แคระแกรน ถ้าเป็นต้นยางที่กรีดได้

                       แล้วจะให้น้ำยางน้อย (นุชนารถ, 2544ก)

                                     2) ฟอสฟอรัส (P) มีความสำคัญในการสร้างโปรตีนและสารให้พลังงาน โดยมีหน้าที่
                       เกี่ยวกับการถ่ายเทพลังงานซึ่งเป็นกระบวนการทางสรีรวิทยาที่สำคัญ เช่น เป็นส่วนประกอบของกรด

                       นิวคลีอิกและฟอสโฟลิปิด นอกจากนั้น ยังเป็นส่วนประกอบของสารประกอบฟอสเฟตที่มีพลังงานสูง

                       คือ ATP (adenosine triphosphate) ที่ได้รับมาจากการหายใจและการสังเคราะห์แสงของพืช
                       พลังงานนี้ จะนำไปใช้สำหรับกระบวนการต่างๆ ที่ต้องการพลังงาน เช่น กระบวนการสร้างซูโครส

                       แป้งและโปรตีน รวมทั้งกระบวนการสร้างน้ำยางของต้นยางพาราด้วย (Nair, 2000) หากขาด
                       ฟอสฟอรัสจะทำให้อัตราการหายใจของยางพาราลดลง พลังงานที่จะได้และนำไปใช้ในกระบวนการ

                       ต่างๆ ก็ลดน้อยลงด้วย เป็นผลให้ยางพาราชะงักการเจริญเติบโต ใบน้อย ให้น้ำยางน้อย (นุชนารถ,

                       2544ก) ยางพาราต้องการฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์จากดินประมาณ 10-25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
                       และในใบยางต้องมีการสะสมของฟอสฟอรัสประมาณ 20-25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (Sethuraj and

                       Mathew, 1992)
                                     3) โพแทสเซียม (K) เป็นธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเคลื่อนย้ายธาตุอาหาร

                       และสารบางชนิด ควบคุมการปิดเปิดของปากใบ และทำให้เกิดความสมดุลเกี่ยวกับระดับธาตุ

                       แมกนีเซียมที่มีมากเกินไปในต้นยาง โดยที่โพแทสเซียมจะป้องกันไม่ให้รากยางดูดแมกนีเซียมมาก
                       เกินไป ยางพาราต้องการโพแทสเซียมมากและเป็นส่วนประกอบอยู่ในใบยางในปริมาณสูงมาก

                       รองจากไนโตรเจน ถ้าต้นยางพาราได้รับโพแทสเซียมอย่างเพียงพอจะทำให้เกิดการสร้างเปลือก

                       งอกใหม่ได้เร็วและให้น้ำยางเพิ่มขึ้น (นุชนารถ, 2544ก) ยางพาราต้องการปริมาณโพแทสเซียมที่เป็น
                       ประโยชน์จากดินอยู่ในช่วง 5.0-12.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (Sethuraj and Mathew, 1992)

                                     4) แมกนีเซียม (Mg) มีหน้าที่สำคัญในการสร้างก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็น
                       ส่วนประกอบของคลอโรฟิล ถ้ายางพาราได้รับแมกนีเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะทำให้ต้นยาง

                       ชะงักการเจริญเติบโตและมีผลต่อการให้น้ำยาง ในน้ำยางที่มีแมกนีเซียมในปริมาณสูง จะทำให้น้ำยาง

                       ไม่คงตัว น้ำยางบางส่วนจะจับตัวก่อนกำหนด (precoagulation)
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23