Page 20 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 20
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
6
(3)
โดยเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีความสลับซับซ้อนและส่งผลให้เกิดความหลากหลายตั้งแต่ระดับ
พันธุกรรมในประชากรแต่ละกลุ่ม จนถึงความหลากหลายของชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในระดับสปีชีส์
และระดับระบบนิเวศ ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพทั้ง 3 ระดับนี้ ต่างก็มีความสำคัญและมี
ปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับหนึ่งก็ย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงใน
ระดับอื่นด้วย ทั้งนี้ ระดับของความหลากหลายทางชีวภาพทั้ง 3 ระดับนี้ ได้แก่
1. ความหลากหลายทางพันธุกรรม (genetic diversity) ได้แก่ ความหลากหลาย
ขององค์ประกอบทางพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิต ซึ่งแสดงออกด้วยลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆ ที่ปรากฏให้
เห็นโดยทั่วไปทั้งภายในสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันและระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน ความหลากหลายทาง
พันธุกรรม
2. ความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ (species diversity) หมายถึง ความหลากหลาย
ของจำนวนชนิดและจำนวนหน่วยของสิ่งมีชีวิตที่เป็นสมาชิกของแต่ละชนิดที่มีอยู่ในแหล่งที่อยู่อาศัย
ของประชากรนั้นๆ
3. ความหลากหลายทางนิเวศวิทยา (ecosystem diversity) หมายถึง ความ
ซับซ้อนหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมที่พืชและสัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อาศัย
อยู่ เนื่องจากระบบนิเวศก่อให้เกิดวัฏจักรของธาตุอาหาร จากกระบวนการผลิต การบริโภค และ
การย่อยสลาย เกิดการหมุนเวียนของน้ำ ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และสารประกอบอื่นๆ เช่น
คาร์บอน กำมะถัน และไนโตรเจน ดังนั้นการจะอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตไว้ให้ได้ จำเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะต้องอนุรักษ์ระบบนิเวศโดยรวมไว้นั่นเอง
Thrupp (1998) ได้สรุปความสำคัญและประโยชน์ของความหลากหลายทางชีวภาพ
ต่อการทำการเกษตรไว้ ดังนี้
1. ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้นและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร
2. สร้างความมีเสถียรภาพและความยั่งยืนให้กับพื้นที่ทำการเกษตรและ
สภาพแวดล้อม
3. ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชและสัตว์ที่อยู่ในระบบนิเวศเกษตรนั้นๆ
มีส่วนช่วยป้องกันและกำจัดการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชได้
4. มีส่วนช่วยในการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและการอนุรักษ์ดินและน้ำ
5. ความหลากหลายของผลผลิตช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร
เพิ่มเสถียรภาพของรายได้ที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างความปลอดภัยให้แก่ทั้งผู้ผลิตและ
ผู้บริโภค
6. ลดความเสี่ยงเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตร ทั้งในระดับครัวเรือนและ
ระดับประเทศ

